ลงทุนเอง หรือ ซื้อกองทุนรวม อย่างไหนดีกว่า?
SHARE :

8,293 views

28/10/2015

คนที่กำลังออมเงินเพื่อเป้าหมายที่จะเกษียณหรือมีเงินเก็บซักก้อน คงเคยมีคำถามอยู่ในใจว่าควรจะนำเงินไปลงทุนซื้อหุ้นเองหรือว่าจะซื้อกองทุนรวมที่มีผู้จัดการกองทุนบริหารดี ในบทความนี้เราจะมาลองพิจารณาว่าการลงทุนด้วยตนเองให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง และข้อดีข้อเสียของการลงทุนในกองทุนรวมเป็นอย่างไร

การลงทุนซื้อขายหุ้นด้วยตนเองให้ประสบความสำเร็จ นักลงทุนต้องมีอะไรบ้าง

1. ความรู้ทางด้านการลงทุน

ไม่ว่าจะทำอะไรให้สำเร็จก็ต้องอาศัยความรู้ในด้านนั้นๆ การลงทุนก็เช่นกัน นักลงทุนควรจะมีความรู้ในด้านต่างๆ เช่นหลักการในการลงทุน เช่น การประเมินมูลค่าหุ้น (ถ้าเป็นแนว Value Investor) เพื่อให้ทราบว่าราคาใดที่เหมาะสมแก่การเข้าไปลงทุนหรือควรจะขายหุ้นเมื่อใด และการดูกราฟทางเทคนิคเพื่อหาจังหวะซื้อขาย (ถ้าลงทุนในสาย Technical Analysis)

2. ติดตามความเป็นไปของบริษัทและภาวะเศรษฐกิจ

  • ข้อมูลเกี่ยวกับตัวบริษัทเอง เช่น บริษัทมีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างไร มีรายได้จากอะไรบ้าง อนาคตจะสามารถรักษาฐานรายได้และกำไรและทำให้ธุรกิจเติบโตได้หรือไม่
  • ผู้บริหารเป็นใคร มีความสามารถในการบริหาร และมีความซื่อสัตย์หรือไม่
  • อุตสาหกรรม สภาวะของอุตสาหกรรมว่าเอื้อต่อการทำธุรกิจหรือไม่ มีการแข่งขันสูง หรือว่ามีสินค้าทดแทนหรือไม่
  • ผลประกอบการรายไตรมาสที่ประกาศออกมาสอดคล้องกับแผนที่บริษัทได้เคยประกาศหรือที่เราคาดการณ์ไว้หรือไม่ ถ้าต่ำกว่าที่คาดการณ์แล้วน่าจะเกิดจากสาเหตุใด และจะเป็นแค่ชั่วคราวหรือเป็นการเปลี่ยนพื้นฐานของบริษัทอย่างถาวร
  • แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ และของโลกเป็นอย่างไร มีปัจจัยใดเป็นความเสี่ยงหรือไม่

3. มีความสนใจใฝ่รู้ในการหาความรู้และข้อมูลต่างๆในการลงทุน

ในการลงทุนนั้น ถ้าหากจะทำให้ได้ดี อาจจะต้องใช้เวลาในการสะสมความรู้ ทั้งทางทฤษฎีในการประเมินมูลค่า และข้อมูลของแต่ละบริษัท ซึ่งจะต้องอาศัยความพยายาม เป็นอย่างมาก ถ้าหากนักลงทุนไม่ได้มีความสนใจทางด้านการลงทุนก็อาจจะไม่สามารถ ทุ่มเทเวลาในการลงทุนให้ประสบความสำเร็จได้

4. จิตใจที่มั่นคง

ระหว่างการลงทุนในหุ้นนั้น ความผันผวนของราคาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้านักลงทุนไม่สามารถควบคุมจิตใจตนเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับราคาที่ขยับขึ้นลง ก็อาจจะทำให้ตัดสินใจซื้อขายผิดพลาดได้ ถ้าหากนักลงทุนไม่สามารถทำทั้งสี่ข้อที่กล่าวมาข้างต้นได้ ก็อาจจะพิจารณาการลงทุนในกองทุน ซึ่งจะมีผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่บริหารให้แทนการลงทุนด้วยตนเอง

การลงทุนในกองทุนมีข้อดีดังต่อไปนี้

1. มีกองทุนให้เลือกหลากหลาย

ปัจจุบันมีกองทุนหุ้นให้เลือกลงทุนจำนวนมาก เช่น กองทุนหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ (ซึ่งยังสามารถแบ่งตามประเทศเช่นอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่นหรือจีน) หรือแบ่งตามอุตสาหกรรมเช่นหุ้นกลุ่ม Healthcare เป็นต้น นอกจากนี้กองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์อื่นก็มีให้เลือกมากมาย เช่นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนตราสารหนี้เป็นต้น

2. เป็นการกระจายความเสี่ยง

เนื่องจากกองทุนจะถือหุ้นจำนวนมาก ทำให้มีการกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า นอกจากนี้นักลงทุนยังสามารถกระจายการลงทุนไปในกองทุนหลายกอง ซึ่งอาจจะลงทุนในหลายประเทศ และสินทรัพย์หลายประเภท ทำให้ความผันผวนลดลงได้

3. มีมืออาชีพทางด้านการลงทุนเป็นผู้ดูแล

ผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนแทนเรา ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะมีความรู้และประสบการณ์ในการลงทุนและสามารถทุ่มเทเวลาในการหาข้อมูลการลงทุนได้ ซึ่งการที่เรามอบหมายให้มืออาชีพดูแล ทำให้นักลงทุนสามารถทุ่มเทเวลาไปกับหน้าที่หลักของตัวเอง หรือกิจกรรมอื่นที่อยู่ในความสนใจได้

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุนมีข้อเสียคือนักลงทุนจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมคือค่าบริหารจัดการกองทุน นอกจากนี้ การเลือกกองทุนที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากเช่นกัน ซึ่งในบทความถัดไปเราจะมาพูดถึงหลักในการเลือกกองทุน – เทอร์ร่า บีเคเค

ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์, CFA.

บทความโดย ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์, CFA.
Email : tanapoom@uchicago.edu


บทความโดย TerraBKK คลังความรู้สู่การลงทุนเพิ่มความมั่งคั่ง
ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก

Sale !! Townhome Pruksavile41/1 sell 2,650,000 Baht
บ้านเดี่ยว2ชั้น โครงการ บางกอกบูเลอวาร์ด รามอินทรา โครงการ3 ถนนรัชดา-รามอินทรา แปลงมุม sell 25,000,000 Baht
The Edge Sukumvit 23, one bedroom 30.5 sqm for sell sell 5,290,000 Baht
Room for Rent Studio river was furnished rent 20,000 Baht/month

5 New Lifestyle Hubs in Bangkok ในงานสัมมนา มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 35

Result of 15 + 7 =
หากเป็นสมาชิกเว็บไซต์อยู่แล้ว สามารถกรอกเพียง Email และ Password

(ดูความคิดเห็นทั้งหมด)

TerraBKK Research ได้ทำการสำรวจภาพรวมของอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยได้รวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทที่ทำการซื้อขายขับเคลื่อนดัชนีของ SET INDEX ข้อมูลที่ทาง TerraBKK Research ได้รวบรวมมามีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ จากการรวบรวมข้อมูลอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีทั้งหมด 28 หมวดอุตสาหกรรม เมื่อเราดู มูลค่าตลาดรวมของทั้งอุตสาหกรรม แล้วเราจะพบว่า กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค มีส่วนแบ่งมูลค่าตลาดสูงที่สุดสูงถึง 15.74% มูลค่าประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท เพียงแค่บริษัท ปตท. บริษัทเดียวก็มีมูลค่าสูงถึง 8 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆอันดับที่สอง คือ กลุ่มธนาคาร ส่วนแบ่งประมาณ 15.03% พอๆกับกลุ่มพลังงาน อันดับสาม คือ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่วนแบ่งประมาณ 12.22% ของทั้งตลาด จะเห็นว่าทั้ง 3 กลุ่มไม่ว่าจะกลุ่ม พลังงาน (ENERG) ธนาคาร (BANK) และกลุ่มสื่อสาร (ICT) 3 กลุ่มนี้ก็กินส่วนแบ่งไปประมาณ 40% แล้ว ดังนั้นดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะถูกชี้นำด้วยกลุ่มเหล่านี้เป็นหลัก ส่วนกลุ่มที่รองลงมาก็จะเป็นกลุ่มพาณิชย์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มรับเหมา เป็นต้น เมื่อเราดูความสามารถในด้านการสร้างผลกำไรของแต่ละอุตสาหกรรมของปี 2557 (ไม่ได้นำปี 2558 มาใช้เนื่องจากยังไม่ครบปี) ซึ่งผลกำไรของแต่ละอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับปัจจัยเหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในตลาด อำนาจการต่อรอง ความได้เปรียบเสียเปรียบของผู้เล่นในอุตสาหกรรมนั้นๆ สำหรับอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างส่วนต่างกำไรหรือสร้าง Margin ได้มากที่สุด เห็นจะเป็น กลุ่มธนาคาร สามารถสร้างอัตรากำไรสุทธิในภาพรวมได้สูงถึง 21.77% อันดับที่สองคือ กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 15.42% อันดับที่สามคือ ธุรกิจเกี่ยวกับการแพทย์และโรงพยาบาล ส่วนธุรกิจที่มี Margin น้อยๆจะอยู่ในอุตสาหกรรมเหล็กเหมืองแร่ ธุรกิจขนส่ง เป็นต้น เราจะเห็นว่า อุตสาหกรรมที่สามารถทำกำไรได้ค่อนข้างสูงส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้แข่งขันไม่มากนัก (ผู้แข่งขันน้อยราย) และเป็นอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างที่จะเข้าสู่ตลาดได้ยาก อีกทั้งยังไม่ถูกควบคุมราคาจากภาครัฐมากนัก คุณลักษณะเหล่านี้จะทำให้อุตสาหกรรมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน - #tt บทความโดย : TerraBKK คลังความรู้ TerraBKK ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก #terramore
TerraBKK Research ได้จัดทำรูปแบบการนำเสนอ สรุปบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยนำเสนอในรูปแบบของ Mind Map เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและไม่ต้องใช้เสียเวลาในการอ่านข้อมูลบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มากนัก สำหรับบริษัทที่จะนำเสนอเป็นบริษัทแรกคือ “บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตทจำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ PS” ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยข้อมูลที่นำเสนอจะเป็นการสรุปประเด็นจาก แบบ 56-1 ประจำปี 2557 (ล่าสุด) มีหัวข้อที่สรุปดังนี้ #terraads โครงสร้างธุรกิจ การประกอบการธุรกิจแต่ละสายงานผลิต การจัดการผลิตภัณฑ์หรือบริการ การบริหารการผลิต การบริหารการตลาด ปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจ (คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย) TerraBKK Research หวังว่าการสรุป 56-1 “บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS)” ปี 2557 จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการลงทุนและช่วยในการทำความเข้าใจตัวบริษัทรวมถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” – #tt บทความโดย : TerraBKK ข่าวอสังหาฯ TerraBKK ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก #terramore

เยี่ยมชมโครงการ

โครงการใหม่และข่าวประชาสัมพันธ์

Hot Topics

(ไทย) 8 วิธี แก้วิงเวียน จากบ้านหมุน (ไทย) 8 วิธี แก้วิงเวียน จากบ้านหมุน (ไทย) เวียนศีรษะบ้านหมุน เป็นภาวะที่อาจส่งผลกระทบต่อคนที่เป็นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้รู้สึกวิงเวียน เหมือนสิ่งของรอบตัวหมุนเคว้ง เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และสูญเสียการทรงตัวในที่สุด อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน อาจเกิดจากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์หาสาเหตุนั้นๆ แต่เ
(ไทย) 10 ธุรกิจทำเงิน ที่สามารถทำได้หลังเลิกงาน (ไทย) 10 ธุรกิจทำเงิน ที่สามารถทำได้หลังเลิกงาน (ไทย) ตามปกติแล้วถ้าใครทำงานประจำแล้ว ก็อาจจะไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือถ้าใครเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วก็ไม่คิดจะมาทำงานประจำ และสำหรับพนังงานประจำบางคนก็มีคำถามในใจว่า จะลาออกเมื่อไหร่ดี? เพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองซะเหลือเกิน อยากเป็นเจ้านายตัวเอง อยากเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ตัวเองปลูกมันขึ้นมา เราจ
25 Unearthly Places You Won't Believe Actually Exist. 25 Unearthly Places You Won't Believe Actually Exist. As we are celebrating the 45th anniversary of humans walking on the Moon, let's take a peek at the totally unearthly-looking places that are actually here, on the planet Earth. From pink lakes to the gates of hell, our mother nature is pretty wicked with her wonders. We feel that these 25 amazing de
(ไทย) 8 หลุมพรางแห่งความล้มเหลวของการทำ ธุรกิจ (ไทย) 8 หลุมพรางแห่งความล้มเหลวของการทำ ธุรกิจ (ไทย) เชื่อหรือไม่ว่า มีเพียง 50 % ของธุรกิจเริ่มต้นใหม่ หรือ “Startup” เท่านั้น ที่จะข้ามหุบเหวมรณะของการทำธุรกิจในช่วง 5 ปีแรก ส่วนอีก 50 % จะต้องปิดตัว พูดง่าย ก็คือ เจ๊ง หรือ ไปไม่รอด นั่นเอง และเมื่อผ่านไปสิบปี จะมีเพียงไม่เกิน 30% หรือ 1 ใน 3 เท่านั้นที่อยู่รอด (ข้อมูลจาก Small Business
(ไทย)  คาดปี60 พีกทะลุ 31,365 เมกะวัตต์ ชงซื้อไฟ "ไฮบริด" (ไทย) คาดปี60 พีกทะลุ 31,365 เมกะวัตต์ ชงซื้อไฟ "ไฮบริด" (ไทย) สนพ.เผยคาดการณ์พีกปี 60 อยู่ที่ระดับ 31,365 เมกะวัตต์ ขณะที่ยอดใช้น้ำมันยังพุ่งกระฉูด เผยเตรียมชง กพช. 17 ก.พ.นี้ อนุมัติเปิดซื้อไฟแบบไฮบริดเข้าระบบ 1,000 เมกะวัตต์ พร้อมประกาศเดินหน้าพลังงานทดแทน นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงา
.
Close