ลงทุนเอง หรือ ซื้อกองทุนรวม อย่างไหนดีกว่า?
SHARE :

8,318 views

28/10/2015

คนที่กำลังออมเงินเพื่อเป้าหมายที่จะเกษียณหรือมีเงินเก็บซักก้อน คงเคยมีคำถามอยู่ในใจว่าควรจะนำเงินไปลงทุนซื้อหุ้นเองหรือว่าจะซื้อกองทุนรวมที่มีผู้จัดการกองทุนบริหารดี ในบทความนี้เราจะมาลองพิจารณาว่าการลงทุนด้วยตนเองให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง และข้อดีข้อเสียของการลงทุนในกองทุนรวมเป็นอย่างไร

การลงทุนซื้อขายหุ้นด้วยตนเองให้ประสบความสำเร็จ นักลงทุนต้องมีอะไรบ้าง

1. ความรู้ทางด้านการลงทุน

ไม่ว่าจะทำอะไรให้สำเร็จก็ต้องอาศัยความรู้ในด้านนั้นๆ การลงทุนก็เช่นกัน นักลงทุนควรจะมีความรู้ในด้านต่างๆ เช่นหลักการในการลงทุน เช่น การประเมินมูลค่าหุ้น (ถ้าเป็นแนว Value Investor) เพื่อให้ทราบว่าราคาใดที่เหมาะสมแก่การเข้าไปลงทุนหรือควรจะขายหุ้นเมื่อใด และการดูกราฟทางเทคนิคเพื่อหาจังหวะซื้อขาย (ถ้าลงทุนในสาย Technical Analysis)

2. ติดตามความเป็นไปของบริษัทและภาวะเศรษฐกิจ

  • ข้อมูลเกี่ยวกับตัวบริษัทเอง เช่น บริษัทมีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างไร มีรายได้จากอะไรบ้าง อนาคตจะสามารถรักษาฐานรายได้และกำไรและทำให้ธุรกิจเติบโตได้หรือไม่
  • ผู้บริหารเป็นใคร มีความสามารถในการบริหาร และมีความซื่อสัตย์หรือไม่
  • อุตสาหกรรม สภาวะของอุตสาหกรรมว่าเอื้อต่อการทำธุรกิจหรือไม่ มีการแข่งขันสูง หรือว่ามีสินค้าทดแทนหรือไม่
  • ผลประกอบการรายไตรมาสที่ประกาศออกมาสอดคล้องกับแผนที่บริษัทได้เคยประกาศหรือที่เราคาดการณ์ไว้หรือไม่ ถ้าต่ำกว่าที่คาดการณ์แล้วน่าจะเกิดจากสาเหตุใด และจะเป็นแค่ชั่วคราวหรือเป็นการเปลี่ยนพื้นฐานของบริษัทอย่างถาวร
  • แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ และของโลกเป็นอย่างไร มีปัจจัยใดเป็นความเสี่ยงหรือไม่

3. มีความสนใจใฝ่รู้ในการหาความรู้และข้อมูลต่างๆในการลงทุน

ในการลงทุนนั้น ถ้าหากจะทำให้ได้ดี อาจจะต้องใช้เวลาในการสะสมความรู้ ทั้งทางทฤษฎีในการประเมินมูลค่า และข้อมูลของแต่ละบริษัท ซึ่งจะต้องอาศัยความพยายาม เป็นอย่างมาก ถ้าหากนักลงทุนไม่ได้มีความสนใจทางด้านการลงทุนก็อาจจะไม่สามารถ ทุ่มเทเวลาในการลงทุนให้ประสบความสำเร็จได้

4. จิตใจที่มั่นคง

ระหว่างการลงทุนในหุ้นนั้น ความผันผวนของราคาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้านักลงทุนไม่สามารถควบคุมจิตใจตนเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับราคาที่ขยับขึ้นลง ก็อาจจะทำให้ตัดสินใจซื้อขายผิดพลาดได้ ถ้าหากนักลงทุนไม่สามารถทำทั้งสี่ข้อที่กล่าวมาข้างต้นได้ ก็อาจจะพิจารณาการลงทุนในกองทุน ซึ่งจะมีผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่บริหารให้แทนการลงทุนด้วยตนเอง

การลงทุนในกองทุนมีข้อดีดังต่อไปนี้

1. มีกองทุนให้เลือกหลากหลาย

ปัจจุบันมีกองทุนหุ้นให้เลือกลงทุนจำนวนมาก เช่น กองทุนหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ (ซึ่งยังสามารถแบ่งตามประเทศเช่นอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่นหรือจีน) หรือแบ่งตามอุตสาหกรรมเช่นหุ้นกลุ่ม Healthcare เป็นต้น นอกจากนี้กองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์อื่นก็มีให้เลือกมากมาย เช่นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนตราสารหนี้เป็นต้น

2. เป็นการกระจายความเสี่ยง

เนื่องจากกองทุนจะถือหุ้นจำนวนมาก ทำให้มีการกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า นอกจากนี้นักลงทุนยังสามารถกระจายการลงทุนไปในกองทุนหลายกอง ซึ่งอาจจะลงทุนในหลายประเทศ และสินทรัพย์หลายประเภท ทำให้ความผันผวนลดลงได้

3. มีมืออาชีพทางด้านการลงทุนเป็นผู้ดูแล

ผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนแทนเรา ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะมีความรู้และประสบการณ์ในการลงทุนและสามารถทุ่มเทเวลาในการหาข้อมูลการลงทุนได้ ซึ่งการที่เรามอบหมายให้มืออาชีพดูแล ทำให้นักลงทุนสามารถทุ่มเทเวลาไปกับหน้าที่หลักของตัวเอง หรือกิจกรรมอื่นที่อยู่ในความสนใจได้

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุนมีข้อเสียคือนักลงทุนจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมคือค่าบริหารจัดการกองทุน นอกจากนี้ การเลือกกองทุนที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากเช่นกัน ซึ่งในบทความถัดไปเราจะมาพูดถึงหลักในการเลือกกองทุน – เทอร์ร่า บีเคเค

ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์, CFA.

บทความโดย ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์, CFA.
Email : tanapoom@uchicago.edu


บทความโดย TerraBKK คลังความรู้สู่การลงทุนเพิ่มความมั่งคั่ง
ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก

BAANCHAYADA@WORK sell 4,900,000 Baht
Semi Detached House for Rent (Pranburi) V Pran 2 rent 9,500 Baht/month
Down sale, Supalai City Resort bearing station with cheap price near BTS bearing fully furnish and ready to move in sell 440,000 Baht
FOR RENT Urbanion Srinakarin / 3 beds 3 baths / 25 Sqw.**27,000** Fully Furnished. Corner Unit. Great Decor. NEAR SEACON SQUARE !! rent 27,000 Baht/month

Result of 6 + 0 =
หากเป็นสมาชิกเว็บไซต์อยู่แล้ว สามารถกรอกเพียง Email และ Password

(ดูความคิดเห็นทั้งหมด)

TerraBKK Research ได้ทำการสำรวจภาพรวมของอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยได้รวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทที่ทำการซื้อขายขับเคลื่อนดัชนีของ SET INDEX ข้อมูลที่ทาง TerraBKK Research ได้รวบรวมมามีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ จากการรวบรวมข้อมูลอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีทั้งหมด 28 หมวดอุตสาหกรรม เมื่อเราดู มูลค่าตลาดรวมของทั้งอุตสาหกรรม แล้วเราจะพบว่า กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค มีส่วนแบ่งมูลค่าตลาดสูงที่สุดสูงถึง 15.74% มูลค่าประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท เพียงแค่บริษัท ปตท. บริษัทเดียวก็มีมูลค่าสูงถึง 8 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆอันดับที่สอง คือ กลุ่มธนาคาร ส่วนแบ่งประมาณ 15.03% พอๆกับกลุ่มพลังงาน อันดับสาม คือ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่วนแบ่งประมาณ 12.22% ของทั้งตลาด จะเห็นว่าทั้ง 3 กลุ่มไม่ว่าจะกลุ่ม พลังงาน (ENERG) ธนาคาร (BANK) และกลุ่มสื่อสาร (ICT) 3 กลุ่มนี้ก็กินส่วนแบ่งไปประมาณ 40% แล้ว ดังนั้นดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะถูกชี้นำด้วยกลุ่มเหล่านี้เป็นหลัก ส่วนกลุ่มที่รองลงมาก็จะเป็นกลุ่มพาณิชย์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มรับเหมา เป็นต้น เมื่อเราดูความสามารถในด้านการสร้างผลกำไรของแต่ละอุตสาหกรรมของปี 2557 (ไม่ได้นำปี 2558 มาใช้เนื่องจากยังไม่ครบปี) ซึ่งผลกำไรของแต่ละอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับปัจจัยเหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในตลาด อำนาจการต่อรอง ความได้เปรียบเสียเปรียบของผู้เล่นในอุตสาหกรรมนั้นๆ สำหรับอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างส่วนต่างกำไรหรือสร้าง Margin ได้มากที่สุด เห็นจะเป็น กลุ่มธนาคาร สามารถสร้างอัตรากำไรสุทธิในภาพรวมได้สูงถึง 21.77% อันดับที่สองคือ กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 15.42% อันดับที่สามคือ ธุรกิจเกี่ยวกับการแพทย์และโรงพยาบาล ส่วนธุรกิจที่มี Margin น้อยๆจะอยู่ในอุตสาหกรรมเหล็กเหมืองแร่ ธุรกิจขนส่ง เป็นต้น เราจะเห็นว่า อุตสาหกรรมที่สามารถทำกำไรได้ค่อนข้างสูงส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้แข่งขันไม่มากนัก (ผู้แข่งขันน้อยราย) และเป็นอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างที่จะเข้าสู่ตลาดได้ยาก อีกทั้งยังไม่ถูกควบคุมราคาจากภาครัฐมากนัก คุณลักษณะเหล่านี้จะทำให้อุตสาหกรรมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน - #tt บทความโดย : TerraBKK คลังความรู้ TerraBKK ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก #terramore
TerraBKK Research ได้จัดทำรูปแบบการนำเสนอ สรุปบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยนำเสนอในรูปแบบของ Mind Map เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและไม่ต้องใช้เสียเวลาในการอ่านข้อมูลบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มากนัก สำหรับบริษัทที่จะนำเสนอเป็นบริษัทแรกคือ “บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตทจำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ PS” ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยข้อมูลที่นำเสนอจะเป็นการสรุปประเด็นจาก แบบ 56-1 ประจำปี 2557 (ล่าสุด) มีหัวข้อที่สรุปดังนี้ #terraads โครงสร้างธุรกิจ การประกอบการธุรกิจแต่ละสายงานผลิต การจัดการผลิตภัณฑ์หรือบริการ การบริหารการผลิต การบริหารการตลาด ปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจ (คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย) TerraBKK Research หวังว่าการสรุป 56-1 “บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS)” ปี 2557 จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการลงทุนและช่วยในการทำความเข้าใจตัวบริษัทรวมถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” – #tt บทความโดย : TerraBKK ข่าวอสังหาฯ TerraBKK ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก #terramore

เยี่ยมชมโครงการ

โครงการใหม่และข่าวประชาสัมพันธ์

Hot Topics

(ไทย)  "เซ็นทรัล" ระดมขุนพล ยึดอาณาจักร "ค้าปลีก" ทุกพื้นที่ (ไทย) "เซ็นทรัล" ระดมขุนพล ยึดอาณาจักร "ค้าปลีก" ทุกพื้นที่ (ไทย) แม้ยังไม่รู้ว่าจะคว้าชัยที่ดินแปลงใหญ่ 25 ไร่ "สถานทูตอังกฤษ" สำหรับขึ้นบิ๊กโปรเจ็กต์ได้หรือไม่ แต่การเตรียมทัพเตรียมขุนพลของ "กลุ่มเซ็นทรัล" ต่างเดินหน้าและเร่งเครื่องไม่หยุด ไม่เพียงภาพการลงทุนที่ตั้งเป้าหมายสยายปีกให้ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะอาเซียนที่เป็นตลาดที่มีการขยาย
(ไทย) เทคนิคช่วย หลับสนิท เพื่อสุขภาพที่ดี (ไทย) เทคนิคช่วย หลับสนิท เพื่อสุขภาพที่ดี (ไทย) การนอนหลับไม่เพียงพออาจก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท การคิด และความจำ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก ได้กำหนดให้วันศุกร์ในสัปดาห์ที่ 2 เต็มสัปดาห์ของเ
(ไทย) 15 อันดับ คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ไทย) 15 อันดับ คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ไทย) ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย "แม่เจ้าพระยา" ก็ยังคงเป็นไฮไลท์สำคัญของกรุงเทพมหานคร ด้วยความที่แม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ ทั้งในด้านการเดินทางและวิถีชีวิต เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งไลฟ์สไตล์ รวมร้านอาหาร โรงแรมชั้นเลิศ และคอนโดมิเนียมอีกหลายโครงการ เรียงรายริม 2 ฝั่งเจ้าพระยา วันนี้ Terra
(ไทย) Amazon เดินหน้าบุกตลาดรีเทล Amazon Go (ไทย) Amazon เดินหน้าบุกตลาดรีเทล Amazon Go (ไทย) หากมองย้อนกลับไปทิศทางการปรับตัวของธุรกิจ จะเห็นได้ว่าธุรกิจค้าปลีกเชนใหญ่ในสหรัฐฯ อาทิ วอลมาร์ต ทุ่มเงินซื้อสตาร์ตอัพอี-คอมเมิร์ซ เพื่อรุกตลาดออนไลน์ ขณะที่ อเมซอน (Amazon) กลับเดินหน้าบุกตลาดรีเทลเต็มกำลัง ที่ก่อนหน้านี้ก็พึ่งเปิดตัว อเมซอน โก (Amazon Go) ร้านสะดวกซื้อระบบอัตโนมัติ เมื่อเดือ
.
Close