การยื่นโอนที่ดินนอกเขตสำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่
SHARE :

6,021 views

25/2/2015

Recommended

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย “แม่เจ้าพระยา” ก็ยังคงเป็นไฮไลท์สำคัญของกรุงเทพมหานคร ด้วยความที่แม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ ทั้งในด้านการเดินทางและวิถีชีวิต เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งไลฟ์สไตล์ รวมร้านอาหาร โรงแรมชั้นเลิศ และคอนโดมิเนียมอีกหลายโครงการ เรียงรายริม 2 ฝั่งเจ้าพระยา วันนี้ TerraBKK ขอจัดอันดับโครงการคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังเปิดขายอยู่ในปัจจุบัน โดยไล่เรียงตามลำดับความสูง (ชั้น) ของตัวอาคาร เริ่มต้นกันที่ คลิกเพื่อขยาย อันดับที่ 1 : Four Seasons Private Residences Bangkok at Chao Phraya River (โฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์) คอนโดมิเนียมหรูริมเแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงเป็นอันดับ 1 ด้วยความสูง 73 ชั้น จากบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ Four Seasons Hotel & Resorts ขนาดพื้นที่ใช้สอย ตั้งแต่ […]

28 Chidlom ที่สุดของส่วนผสมคอนโดมิเนียม ลิมิเตด ลักชัวรี่ คอลเลคชั่น จาก เอสซี แอสเสท บนทำเลซูเปอร์ไพร์มของเมืองไทย ได้ชื่อว่าเป็น ท็อป 5 ซูเปอร์ ไพร์มโลเคชั่นของเมืองไทย ที่หาที่อยู่อาศัยแบบ Freehold (กรรมสิทธิ์ขาด) ยากที่สุดของกรุงเทพฯ สำหรับย่าน “ชิดลม” สุดยอดทำเลดึงดูดโครงการซูเปอร์ไฮเอนด์มารวมไว้บนทำเลเดียวกัน ครบทุกมิติการใช้ชีวิตมิลเลียนแนร์ ด้วยคุณลักษณะเด่นที่ผสมผสานคุณสมบัติความเป็นศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของประเทศ (CBD) และเป็นแหล่งช้อปปิ้งระดับไฮเอนด์ของเมืองไทย จึงเป็นแลนด์มาร์คยอดนิยมของเหล่าเศรษฐีและนักธุรกิจต่างชาติ ที่สำคัญยังเป็นโลเคชั่นไม่ไกลจากปอดคนกรุงอย่างสวนลุมฯ และราชกรีฑาสโมสร อันเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เหลือเพียงไม่กี่แห่งใจกลางเมือง ทั้งหมดนี้ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ “ชิดลม” ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในกรุงเทพมหานคร อย่างที่ทราบดีว่า “ชิดลม” เป็นจุดศูนย์กลางความเจริญแถวหน้าของเมืองไทย ซึ่งหากมองให้ลึกในเชิงรายละเอียด ย่านนี้คือ “Super High-End Surrounding” เพราะแวดล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งระดับหรูและโรงแรม 5 ดาว อันเป็นเครื่องยืนยันความเป็นซูเปอร์พรีเมียมของทำเลนี้ ที่ผ่านมาจึงมักเห็นการพัฒนาโครงการไฮเอนด์ระดับชาติบนแลนด์มาร์กนี้เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าอย่าง เซ็นทรัล ชิดลม ไล่เรียงไปจนถึง เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, เซ็นทรัลเวิลด์, เอราวัณ, เกสร […]

เดอะทรี สุขุมวิท 71-เอกมัย ต่อติดชีวิตไม่ตกเทรนด์ บนทำเลสุดยอดไลฟ์สไตล์ ในราคาไม่ไกลเกินเอื้อม เริ่ม 1.69 ล้านบาท* การเติบโตของที่ดินบริเวณถนนสุขุมวิทนั้น เปรียบได้กับเด็กแรกเกิดที่มีพัฒนาการเจริญเติบโตดีเลิศ เพราะหากลองย้อนดูการพัฒนาทั้งในแง่ของความเป็นย่านเศรษฐกิจชั้นนำระดับ Luxury, การเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ และการเป็นที่อยู่อาศัยของสังคมคุณภาพ องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนต่อส่วนเติมเต็มพื้นที่บนถนนสุขุมวิทได้อย่างน่าสนใจและก้าวกระโดดที่สุด ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ สุขุมวิทเอง ก็เป็นทำเลทองที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายต่างช่วงชิงโอกาสของการเข้าครอบครองที่ดินบริเวณนี้ จนไม่เหลือที่ดินให้พัฒนามากนัก การขยายตัวของการพัฒนาที่อยู่อาศัยจากย่านถนนสุขุมวิท จึงเริ่มเปิดกว้างออกไปมากยิ่งขึ้น ซึ่งบริเวณพระโขนงเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าสนใจ ราคาเฉลี่ยแตะประมาณ 170,000-250,000 บาทต่อตารางเมตร เลยทีเดียว ศักยภาพผังเมืองกรุงเทพมหานครบนทำเลสุขุมวิท 71 อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนด้านศักยภาพที่ดินของทำเลพระโขนง โดยเฉพาะช่วงบริเวณคลองตันเหนือที่แยกคลองตัน เป็นอีกหนึ่งทำเลมีศักยภาพด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินสูง โดยอยู่ในข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบสีแดงเพื่อการพาณิชยกรรม หรือ พ.3 (FAR 7:1, OSR 4.5) ซึ่งสามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม เป็นต้น ซึ่งจะกล่าวได้อย่างง่ายว่า พื้นที่ช่วงทำเลนี้มีศักยภาพเทียบเท่ากับบริเวณปากซอยสุขุมวิท 77 ซึ่งมีราคาสูงกว่าเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีแนวโน้มสูง ที่จะเกิดการพัฒนาอาคารที่มีขนาดใหญ่พิเศษที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านพาณิชยกรรม ซึ่งจะยิ่งทำให้สามารถเพิ่มพูนศักยภาพและมูลค่าของที่ดินในบริเวณนี้ได้มากขึ้นในอนาคต สุขุมวิท 71 […]

โดย คุณวสันต์ กิจบำรุง (หมอที่ดิน) อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน 8

คนส่วนมากมักเข้าใจว่าเวลาจะซื้อขายหรือจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรมอื่นๆ เกี่ยวกับที่ดิน คู่สัญญาจะต้องไปยื่นคำขอดำเนินการที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ในเขตอำนาจเท่านั้น จะไปยื่นคำขอดำเนินการที่สำนักงานที่ดินอื่นไม่ได้เลย ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจผิด เพราะประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติให้ยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินอื่นได้หลายประเภทหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน และหลายประเภทการจดทะเบียนมาก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าคำขอที่เกิดขึ้นในสำนักงานที่ดินจังหวัดและสาขาในแต่ละวันนั้น กว่าครึ่งสามารถขอยื่นดำเนินการที่สำนักงานที่ดินอื่นได้
หลักกฎหมาย

ปกติในการซื้อขายหรือทำนิติกรรมอื่น ๆ เกี่ยวกับที่ดิน ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 71 กำหนดให้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ในเขตท้องที่ที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่

มาตรา 71 ให้เจ้าพนักงานที่ดิน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเขตท้องที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขานั้น

ในกรณีที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขาได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมาใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแล้ว ให้เจ้าพนักงานที่ดิน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเขตท้องที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือ สำนักงานที่ดินสาขาอื่นได้ด้วย เว้นแต่การจดทะเบียนที่ต้องมีการประกาศหรือต้องมีการรังวัดทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

(สำหรับหลักการตามวรรคสองของมาตรานี้ยังไม่ได้มีการนำมาใช้งาน เพราะกรมที่ดินยังไม่ได้มีการจัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(คือระบบจดทะเบียนแบบออนไลน์นั่นเอง) เพื่อนำมาใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอย่างสมบูรณ์แบบแต่อย่างใด)

แต่ประมวล กฎหมายที่ดิน มาตรา 72 ได้บัญญัติเพิ่มเติมว่า การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินใบไต่สวน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์นั้น ผู้ขอจะยื่นคำขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ ยกเว้นแต่การจดทะเบียนประเภทที่ต้องมีการประกาศ หรือต้องมีการรังวัดเท่านั้น จึงจะยื่นคำขอนอกเขตสำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ไม่ได้

มาตรา 72 ผู้ใดประสงค์จะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้คู่กรณีนำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 71 การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน ใบไต่สวน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ คู่กรณีอาจยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินแห่งใดแห่งหนึ่งเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 71 ดำเนินการจดทะเบียนให้ เว้นแต่การจดทะเบียนที่ต้องมีการประกาศหรือต้องมีการรังวัด

จากมาตรา 72 นี้ สามารถสรุปหลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินอื่นได้ดังนี้

1. ต้องเป็นที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน (คำนิยามโฉนดที่ดินมาตรา 1 ให้รวมถึง โฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ตราว่า“ได้ทำประโยชน์แล้ว”) ใบไต่สวน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ซึ่งมีทั้งน.ส.3 ธรรมดา น.ส.3 ก. น.ส. 3 ข.)

2. ต้องเป็นคำขอทำเรื่องที่ไม่ต้องมีการทำการรังวัดก่อน คือจะต้องไม่ใช่เป็นการขอสอบเขตที่ดิน(หรือการขอตรวจสอบเนื้อที่ในกรณีเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์) การขอแบ่งแยกในนามเดิม การขอรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวม

3. การดำเนินการนั้นต้องไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องมีการประกาศก่อนการจดทะเบียน สำหรับกรณีใดต้องประกาศก่อนนั้นแบ่งออกได้เป็นสองกรณี คือ การประกาศที่ประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติไว้ กับการประกาศที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

3.1 การประกาศการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามที่ประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติไว้ มีหลักการหลัก คือ การรับมรดกตามมาตรา 81 และการจดทะเบียนผู้จัดการมรดกตามมาตรา 82 ลงในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินทุกประเภทปกติจะต้องทำการประกาศก่อนเสมอ จึงทำให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดินอื่นไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้นไม่ต้องประกาศหนึ่งกรณีคือ ถ้าเป็นการขอจดทะเบียนผู้จัดการมรดกโดยศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 82 วรรคแรกนี้ได้บัญญัติให้จดทะเบียนได้ทันทีโดยไม่ต้องประกาศ กรณีนี้จึงทำให้สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนผู้จัดการมรดกตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลที่สำนักงานที่ดินอื่นได้(นี่เป็นความสะดวกอย่างหนึ่งของการร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก) และกรณีที่มีการจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกแล้วไม่ว่าเป็นการจดทะเบียนผู้จัดการมรดกโดยมีคำสั่งศาลแต่งตั้งหรือไม่มีก็ตาม ผู้จัดการมรดกก็สามารถทำการโอนมรดกต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องประกาศก่อนเพราะเป็นการกำหนดให้จดทะเบียนได้โดยประมวลกฎหมายที่ดินไว้ชัดแจ้งแล้วนั่นเอง จึงไม่ต้องประกาศตามกฎกระทรวงใดๆ อีก

3.2 การประกาศที่กำหนดไว้โดยกฎกระทรวง (ซึ่งเป็นการออกกฎกระทรวงตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา77 ที่บัญญัติว่า “การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง) ซึ่งมี กฎกระทรวงฉบับที่ 7 กำหนดเรื่องการประกาศก่อนจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไว้ในข้อ5 โดยมีความ ดังนี้

ปัญหาที่เกิดจากการเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน
เราคงเคยได้ยินข่าวเจ้าของที่ดินข้างเคียงทะเลาะกันบ่อย ๆ ส่วนมากเป็นเรื่องทางเข้าออก การรุกล้ำที่ดินไม่ว่าจะชั่วคราวหรือถาวร และการก่อความรำคาญอื่น ๆ เช่น เรื่องทำเสียงดัง การจอดรถกีดขวางหน้าบ้าน การทิ้งขยะหรือการปล่อยให้สัตว์เลี้ยงรบกวนเพื่อนบ้าน แต่อาจไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าการเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน ก็มีปัญหาไม่น้อยเหมือนกัน…

ที่ดินมีเจ้าของหลายคน ถ้าอยากให้ระบุว่ามีสิทธิคนละเท่าไร (โดยไม่ต้องแบ่งแยกก่อน) จะต้องทำอย่างไร
หลักกฎหมาย ในกรณีที่ที่ดินหรือทรัพย์สินใดก็ตามมีคนหลายคนเป็นเจ้าของรวมกัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1357 บัญญัติว่า “ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน” แต่มาตรานี้ก็เป็นเพียงบทสันนิษฐานตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่การกำหนดเด็ดขาดลงไปว่าถ้ามีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันแล้ว ให้ถือว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่า ๆ กัน …

ข้อ 5 การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดที่ดิน ใบไต่สวน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามแบบ น.ส.๓ ก. หรือเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นในที่ดินดังกล่าวหรือเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นในที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน ใบไต่สวน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามแบบ น.ส. ๓ ก. ในกรณีไม่รวมกับที่ดินดังกล่าว ให้ประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมีกำหนดสามสิบวัน”

ซึ่งตาม ข้อ 5 นี้สามารถแยกประเภทที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องประกาศก่อนได้ ดังนี้

  1. ที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดที่ดิน ใบไต่สวน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามแบบ น.ส. 3 ก. (ตัวอย่างคือที่ดินที่เป็น น.ส.3 ธรรมดา น.ส.3 ข.)
  2. อสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นในที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดที่ดิน ใบไต่สวน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามแบบ น.ส. ๓ ก. (ตัวอย่างคือบ้านหรือตึกที่ตั้งอยู่บนที่ดิน น.ส.3 (ธรรมดา) น.ส.3 ข. ส.ค.1.ใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือตั้งอยู่บนที่ดินอื่น ๆ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินใด ๆ เลย
  3. อสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นในที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน ใบไต่สวน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามแบบ น.ส. ๓ ก. ในกรณีไม่รวมกับที่ดินดังกล่าว (ตัวอย่างคือตึกหรือบ้านที่ตั้งอยู่บนที่ดินมีโฉนดที่ดิน ใบไต่สวน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามแบบ น.ส.3 ก.ถ้าเวลาจดทะเบียนไม่ได้จดรวมกับที่ดิน เช่น แยกขายเฉพาะบ้านออกไปต่างหากให้คนอื่น ส่วนที่ดินขายให้อีกคนหนึ่ง กรณีการขายบ้านนี้จึงต้องประกาศก่อน หรือกรณีบ้านเป็นของผู้อื่นแยกจากเจ้าของที่ดินอยู่ก่อนแล้ว และเขาต้องการขายให้คนอื่นอย่างนี้ก็ต้องประกาศก่อน)

ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่กล่าวมาใน ข้อ1 – 3 นี้ปกติต้องประกาศก่อนมีกำหนด 30 วัน ซึ่งเมื่อต้องมีการประกาศก่อนจึงไม่สามารถยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขาอื่นได้ ต้องไปยื่นต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขาที่ที่ดินตั้งอยู่เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้เป็นที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ตามข้อ 1-3 ก็ตาม แต่กฎกระทรวงฉบับที่ 7 ข้อ 6 ได้ยกเว้น ว่าถ้าเป็นการจดทะเบียนต่อไปนี้ก็ไม่ต้องประกาศก่อน ซึ่งได้แก่

  1. การจดทะเบียนเลิกสิทธิหรือนิติกรรรม เช่น เลิกเช่า เลิกภาระจำยอม เป็นต้น
  2. การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการจำนอง เช่น การไถ่ถอน การขึ้นเงิน การผ่อนต้น การโอนสิทธิ การโอนหลุดเป็นสิทธิ การโอนชำระหนี้จำนอง การแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนองหรือหนี้อันจำนองเป็นประกัน เป็นต้น
  3. การไถ่ถอนจากการขายฝาก การปลดเงื่อนไขการไถ่ หรือการโอนสิทธิการไถ่จากการขายฝาก
  4. การจดทะเบียนการได้มาจากการขายทอดตลาดโดยมีการบังคับคดีทางศาล
  5. การจดทะเบียนตาม 2. 3. หรือ 4. แล้วจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทอื่น ต่อไปในวันเดียวกัน
  6. เมื่อมีการประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทหนึ่งประเภทใดไว้ครบกำหนดแล้ว ต่อมามีการตกลงเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนคู่กรณีฝ่ายผู้รับสัญญา
  7. การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทหนึ่งประเภทใดซึ่งได้กระทำติดต่อในวันเดียวกัน เมื่อการจด ทะเบียนลำดับแรกนั้นมีการประกาศตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 ข้อ 5. แล้ว
  8. การจดทะเบียนการโอนตามคำสั่งศาล
  9. การจดทะเบียนการโอนตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่น

จากหลักการที่กล่าวมานี้สำหรับคนทั่วไปแล้วอาจจะมีความลำบากในการตัดสินว่ากรณีใดจะยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินได้บ้าง ในทางปฏิบัติหากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยให้โทรสอบถามสำนักงานที่ดินก่อนจะดีที่สุด

บ้านชญาดา@เวิร์ค ขาย 4,900,000 บาท
ภัสสร ไพรด์ ศรีนครินทร์-หนามแดง ขาย 3,850,000 บาท
เดอะ แพลนท์ ซิตี้ นวมินทร์ ขาย 2,990,000 บาท
ขาย/ให้เช่า คอนโด The Muse สุขุมวิท 64/2 ราคาถูก ใกล้ BTS ปุณณวิถี เฟอร์ครบ พร้อมอยู่หรือลงทุน ขาย 4,200,000 บาทเช่า 19,000 บาท/เดือน

สำนักงานที่ดินที่สามารถยื่นคำขอได้

1. สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ โดยเลือกสำนักงานตามที่คู่สัญญาสะดวกที่สุดในการเดินทางไปติดต่อ เพราะปกติคู่สัญญาจะต้องไปติดต่อที่สำนักงานที่ดินที่รับคำขอสองครั้ง คือครั้งแรกไปยื่นคำขอ ส่วนอีกครั้งหนึ่งเมื่อได้รับแจ้งจากสำนักงานที่ดินที่รับคำขอ ให้ไปรับโฉนดที่ดินและสัญญาที่จดทะเบียนเสร็จแล้ว หรือหากมีกรณีขัดข้องก็ต้องกลับไปดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องบางอย่างที่สำนักงานที่ดินที่รับคำขอเพิ่มอีกด้วยเช่นกัน (อนึ่ง การยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินอำเภอเพื่อให้รับคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่ดินที่ตั้งอยู่ในอำนาจของสำนักงานที่ดินอื่น ๆ นั้นทำไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดให้ยื่นต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาเท่านั้น)

2. นอกจากสำนักงานตาม 1. แล้วยังสามารถยื่นคำขอที่งานจดทะเบียนกลางกรมที่ดิน ซึ่งตั้งอยู่ในกรมที่ดิน (กรมที่ดินที่ปากคลองตลาดได้อีกด้วย) ซึ่งยังรับดำเนินการในเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น การรับรองราคาประเมินเพื่อนำไปประกันตัวผู้ต้องหา ขอให้ดูเพิ่มเติมได้ตามลิ้งค์นี้ www.dol.go.th

ขั้นตอนการดำเนินการ (ดูระเบียบกรมที่ดิน)

1. เตรียมนำเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น โฉนดที่ดิน ฯลฯ ที่ต้องการจดทะเบียนพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านตัวจริง หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) ค่าธรรมเนียม ภาษีอากร ต่าง ๆ ที่ต้องเสียให้พร้อม

2. คู่สัญญาเดินทางไปยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ที่ดินในสำนักงานที่ดินไหนก็ได้ที่สะดวกกับคู่สัญญาที่สุด ซึ่งหากจำเป็นคู่สัญญาก็สามารถมอบอำนาจให้คนอื่นไปดำเนินการแทนได้

3. เจ้าหน้าที่ที่รับคำขอจะดำเนินการเหมือนกรณีการยื่นคำขอในสำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่นั่นเอง (แต่จะไม่จดทะเบียนให้) โดยจะจัดทำเอกสารสัญญาต่าง ๆเพื่อการจดทะเบียนให้ครบถ้วน ถ้าจะต้องให้มีการบันทึกยินยอมต่าง ๆ เช่น จากคู่สมรส ก็จะให้ดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน จะให้เซ็นชื่อในเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกอย่าง รับเงินค่าธรรมเนียม ภาษีอากรต่าง ๆและมอบใบเสร็จให้เก็บไว้ และเจ้าหน้าที่จะออกใบรับเรียกว่า ท.ด. 53 ให้ผู้ขอยึดถือไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำมาประกอบการขอรับเอกสารต่างๆ หลังจากมีการจดทะเบียนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ที่รับคำขอจะแจ้งให้มารับโฉนดหนังสือรับรองการทำประโยชน์ สัญญา หรือเงินที่เหลือจากการค่าโอน (ถ้าหากมี) ฯลฯ ต่อไป

4. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสำนักงานที่ดินที่รับคำขอจะจัดส่งโฉนดที่ดินและเอกสารที่เกี่ยวข้องและเงินค่าโอนทั้งหมด ให้สำนักงานที่ดินที่มีอำนาจจดทะเบียน (สำนักงานที่ที่ดินตั้งอยู่)เพื่อดำเนินการจดทะเบียนต่อไป ซึ่งก่อนจะจดทะเบียนก็จะทำการตรวจสอบความถูกต้องต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบลายเซ็นด้วยเช่นกัน แล้วหักเงินเป็นค่าธรรมเนียมหรือภาษีอากรต่างๆ จากที่สำนักงานที่รับเรื่องส่งไปให้ เมื่อทุกอย่างถูกต้อง(หากไม่ถูกต้องก็ไม่ดำเนินการให้ แต่แจ้งให้สำนักงานที่รับคำขอแจ้งให้ผู้ขอดำเนินการแก้ข้อบกพร่องก่อนแล้วจึงจะดำเนินการให้ต่อไป) แล้วก็จะทำการจดทะเบียนให้ ต่อจากนั้นก็จัดส่งโฉนดที่ดินสัญญาฉบับผู้ซื้อ ใบเสร็จและเงินที่เหลือ(หากมี) ส่งคืนให้สำนักงานที่ดินที่รับคำขอดำเนินการต่อไปโดยจะไม่ส่งให้ผู้ขอโดยตรง เมื่อสำนักงานที่ดินที่รับคำขอแต่แรกได้รับเอกสารคืนมาจากสำนักงานที่ดินที่จดทะเบียนแล้ว ก็จะแจ้งให้ผู้มีสิทธิรับเอกสารมารับโฉนดที่ดินหรือสัญญาคู่ฉบับ และเงินที่เหลือ โดยผู้ขอต้องนำใบรับ (ท.ด. 53) มาเป็นหลักฐานเพื่อรับเอกสารคืนไปด้วย ก็เป็นอันจบกระบวนการ

ข้อดีและข้อด้อย

ข้อดี คือ ไม่ต้องเดินทาง ไปยังสำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าที่พักได้มาก

ข้อด้อย คือ 1. ต้องมีการส่ง-รับ เอกสาร ระหว่างสำนักงานที่ดินที่รับเรื่องกับสำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่แบบไป-กลับ ไม่ใช่ไปเพียงเที่ยวเดียว และสำนักงานที่ดินที่รับคำขอเมื่อรับเอกสารต่าง ๆ กลับมาแล้ว ก็ต้องมีหนังสือแจ้งให้คู่สัญญาที่มีสิทธิรับเอกสารเดินทางไปรับเอกสารต่างๆ อีก(จะไม่มีการส่งเอกสารต่าง ๆให้ผู้ขอแต่ให้มารับด้วยตัวเองเท่านั้น) ทำให้เสียเวลาทั้งกระบวนการอย่างเร็วประมาณ10 วัน (ไม่นับกรณีมีเหตุขัดข้องที่ต้องจัดการแก้ไขเพิ่มเติม) วิธีนี้จึงเหมาะกับกรณีไม่ต้องการความเร่งด่วน เหมาะกับการทำนิติกรรมระหว่างคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมอย่างกรณีพ่อแม่ยกที่ดินให้ลูก หรือผู้จัดการมรดกที่ได้จดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกลงในโฉนดที่ดินแล้วจะทำการโอนมรดกให้ทายาท(หรือทำเรื่องอื่นต่อ) หรือมิฉะนั้นก็ต้องเชื่อใจกันจริง ๆ เพราะถ้าเป็นการซื้อขาย คนขายก็คงต้องการได้เงินก่อน แล้วจึงยอมไปทำคำขอโอน เนื่องจากว่าช่วงเวลาระหว่างยื่นคำขอกับการจดทะเบียนจริงห่างกันนานหลายวัน หากมีกรณีไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่น ผู้ขายตายไปก่อนจดทะเบียน หากเจ้าหน้าที่รู้ก็ต้องยับยั้งการจดทะเบียนไว้ หรืออาจมีคนไปยื่นคำขออายัดในระหว่างที่ยังไม่ได้จดทะเบียน เจ้าพนักงานที่ดินก็ไม่จดทะเบียนให้อย่างแน่นอน และหากเกิดจดทะเบียนไปแล้วแต่มารู้ว่าคนขายตายไปก่อนจดทะเบียน ก็จะต้องมีการเพิกถอนการจดทะเบียนและให้ทายาทคนขายดำเนินการรับมรดกก่อน แล้วจึงจะทำเรื่องขายให้คนซื้อต่อไป ซึ่งเรื่องอาจยุ่งยากมากก็ได้เพราะหากทายาทบางคนไม่ยอม หรือมีทายาทเป็นผู้เยาว์ก็ต้องขออนุญาตศาลให้ขายก่อน

2. สำนักงานที่ดินฝ่ายรับคำขอไม่ได้เห็นเอกสารตัวจริงที่เก็บไว้ที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ จึงทำให้สำนักงานที่ดินที่รับคำขอไม่สามารถตรวจสอบเปรียบเทียบลายเซ็นในสัญญา (หรือในหนังสือมอบอำนาจกรณีมีการมอบอำนาจมาดำเนินการ) กับลายเซ็นเดิม ๆ ในเอกสารที่เก็บไว้ที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ได้ ซึ่งเมื่อสำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ตรวจสอบแล้วอาจไม่ให้ผ่าน(ทำนองเดียวกับกรณีลายเซ็นในเช็คไม่เหมือนตัวอย่างลายเซ็นที่ให้ไว้)อาจต้องกลับไปเซ็นใหม่ให้คล้ายลายเซ็นเดิมซึ่งจะทำให้เสียเวลามาก แต่หากคนขายนำสัญญาเก่ามาด้วยก็สามารถเปรียบเทียบลายเซ็นได้และเจ้าหน้าที่จะพยายามให้เซ็นให้คล้ายกับลายเซ็นเดิม ก็จะทำให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินที่มีหน้าที่จดทะเบียนเชื่อได้ว่าเป็นคนเดียวกันได้แบบมั่นใจมากขึ้นและยินยอมดำเนินจดทะเบียนให้ต่อไป

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก โดย คุณวสันต์ กิจบำรุง (หมอที่ดิน) อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน 8
ข้อมูล ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558

Result of 9 + 20 =
หากเป็นสมาชิกเว็บไซต์อยู่แล้ว สามารถกรอกเพียง Email และ Password

(ดูความคิดเห็นทั้งหมด)

โดย คุณวสันต์ กิจบำรุง (หมอที่ดิน) อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน 8 พ่อแม่ที่มีลูกไม่เอาถ่าน เอาแต่เล่นพนัน ติดยาเสพติด หรือใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย มักจะกลัวว่าทรัพย์สมบัติที่ตนทำมาหากินสะสมมาอย่างยากลำบาก จะต้องมลายไปสิ้นหากตกเป็นของลูก ส่วนใหญ่อยากจะห้ามไม่ให้เอาไปขายจะได้เอาไว้เป็นที่อยู่อาศัยทำกินสำหรับลูกหลานต่อไปนาน ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร อันที่จริง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1700 ได้บัญญัติว่าให้ทำได้ แต่คนส่วนใหญ่มักไม่รู้วิธีการและรายละเอียด จึงขอนำมาบอกกล่าวให้รู้ทั่วกัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1700 บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในหมวดนี้บุคคลจะจำหน่ายทรัพย์สินใด ๆ โดยนิติกรรมที่มีผลในระหว่างมีชีวิตหรือเมื่อตายแล้ว โดยมีข้อกำหนดห้ามมิให้ผู้รับประโยชน์โอนทรัพย์สินก็ได้ แต่ต้องมีบุคคลหนึ่งนอกจากผู้รับประโยชน์กำหนดไว้ สำหรับเป็นผู้จะได้รับทรัพย์สินนั้นเป็นสิทธิเด็ดขาด ในเมื่อมีการละเมิดข้อกำหนดห้ามโอน มาตรา 1701 “ข้อกำหนดห้ามโอนตามมาตราก่อนนั้น จะให้มีกำหนดเวลาหรือตลอดชีวิตของผู้รับประโยชน์ก็ได้ ถ้าไม่ได้กำหนดเวลาห้ามโอนไว้ ในกรณีที่ผู้รับประโยชน์เป็นบุคคลธรรมดา ให้ถือว่าข้อกำหนดห้ามโอนมีระยะเวลาอยู่ตลอดชีวิตของผู้รับประโยชน์ แต่ในกรณีที่ผู้รับประโยชน์เป็นนิติบุคคล ให้มีระยะเวลาเพียงสามสิบปี ถ้าได้กำหนดเวลาห้ามโอนไว้ กำหนดนั้นมิให้เกินสามสิบปี ถ้ากำหนดไว้นานกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นสามสิบปี” มาตรา 1702 “ข้อกำหนดห้ามโอนอันเกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์ซึ่งไม่อาจจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ได้นั้น ให้ถือว่าเป็นอันไม่มีเลย ข้อกำหนดห้ามโอนอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น ไม่บริบูรณ์ เว้นแต่จะได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการห้ามโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ บทบัญญัติในวรรคก่อนนี้ให้ใช้บังคับแก่เรือกำปั่น หรือเรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนตร์มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งแพและสัตว์พาหนะด้วย” สรุปหลักการ 2. นิติกรรมที่ทำในระหว่างมีชีวิตที่ทำกันเป็นส่วนใหญ่ก็คือ สัญญายกบ้านและที่ดินให้ลูก โดยในสัญญาให้จะระบุเงื่อนไข ไว้ว่าเมื่อรับให้ไปแล้วห้ามโอน (จะกำหนดเวลาก็ได้แต่ไม่เกินสามสิบปี หรือกำหนดตลอดชีวิตคนรับให้ก็ได้) ถ้าฝ่าฝืนก็ให้ที่ดินนั้นตกเป็นของ นาย/นาง/นางสาว/เด็กชาย/เด็กหญิง............(ซึ่งควรเป็นลูกหลานของตนนั่นเอง) เมื่อจดทะเบียนการให้เสร็จแล้ว ก็ให้จดทะเบียนประเภทห้ามโอนต่อเนื่องกันไปโดยทันทีเหมือนทำเป็นเรื่องเดียวกัน (อย่าปล่อยให้เนิ่นนานออกไปเพราะจะมีการบ่ายเบี่ยงได้) เรื่องนี้ต้องเน้นเจ้าหน้าที่เลย ให้เตรียม การจดทะเบียนยกให้ กับ การจดทะเบียนห้ามโอน ไปพร้อมกัน อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เมื่อจดทะเบียนให้ไปแล้วผู้ให้ก็ตัดขาดกับที่ดินนั้นแล้ว ไม่มีสิทธิบังคับใด ๆ หรือจะไปต่อรองยอมให้ลดหรือเลิกข้อห้ามไม่ได้ (จะเปลี่ยนคนที่จะเป็นผู้รับทรัพย์ก็ไม่ได้) เพราะการจดทะเบียนลักษณะนั้นจะทำได้ต่อผู้ให้ยังมีสิทธิในที่ดินนั้นอยู่ หรือการจดนั้นเข้าลักษณะก่อตั้ง ระงับ หรือเปลี่ยนแปลง ทรัพยสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง (เช่น ภาระจำยอม สิทธิเก็บกิน สิทธิอาศัย ภารติดพันในอสังหาริมทรัพย์ สิทธิเหนือพื้นดิน) ตามที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4 ทรัพย์สิน หรือมีสิทธิตามเอกเทศสัญญาตาม บรรพ 3 หรือมีกฎหมายอื่นกำหนดไว้โดยชัดแจ้ง แต่การตกลงยกเลิกข้อห้ามโอนหรือย่นระยะเวลานี้ เห็นว่าไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ (นี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว) 3. ส่วนการทำพินัยกรรมยกมรดกและห้ามคนรับมรดกโอนขายที่ดินมรดกด้วยนั้น ก็ต้องระบุตัวคนที่จะเป็นผู้รับทรัพย์สินให้ชัดเจนถ้าคนรับมรดกฝ่าฝืนเอาทรัพย์ไปขาย เช่น เขียนในพินัยกรรมว่า ที่ดินแปลงโฉนดเลขที่.....ยกให้นาย/นาง..............แต่ห้ามมิให้ทำการขายภายเป็นเวลา........... ปี(หรือตลอดชีวิต) หากฝ่าฝืนให้ที่ดินตกเป็นของนาย/นาง...................... การห้ามโอนแบบนี้เมื่อรับมรดกแล้ว ก็ต้องจดทะเบียนห้ามโอนให้ปรากฏในโฉนดที่ดินด้วย แต่ในทางปฏิบัติ จะมีปัญหาว่า คนรับมรดกอาจไม่จดทะเบียนห้ามโอนให้ปรากฏในโฉนด เพราะไม่มีใครไปบังคับเขาได้ จึงควรตั้งผู้จัดการมรดกไว้และผู้จัดการมรดก เมื่อจะทำการโอนมรดกก็จะให้ทำการจดทะเบียนห้ามโอนไปด้วยกัน โดย ให้เจ้าหน้าที่เตรียมเรื่องให้ทายาทเซ็นทำเรื่องห้ามโอนพร้อมการรับโอนมรดก เพราะมีหน้าที่จัดการมรดกให้เป็นไปตามที่เจ้ามรดกได้สั่งการไว้ ในทางกฎหมายอาจมีปัญหาว่า ใครจะมีหน้าที่จดทะเบียนห้ามโอน เพราะเมื่อจดทะเบียนโอนมรดกแล้ว สิทธิที่จะจดทะเบียนใด ๆ ต่อไปย่อมตกอยู่กับทายาท แต่ถ้าทายาทไม่จดห้ามโอน ในกรณีเช่นนั้น น่าจะยังเป็นหน้าที่ผู้จัดการมรดก (หรือคนที่ทรัพย์จะตกได้กับตนในกรณีมีการฝ่าฝืนข้อห้ามโอน) จะเป็นผู้ฟ้องให้ทายาทจดทะเบียนห้ามโอนได้ เพราะถือว่ายังไม่มีการดำเนินการตามพินัยกรรมทั้งหมด อันที่จริงเรื่องนี้ผู้เขียนคิดว่าน่าจะกำหนดไว้ในกฎกระทรวงเลยว่า เมื่อจะทำการประกาศรับโอนมรดกต้องระบุไว้เลยว่าเจ้ามรดกได้ห้ามโอนไว้ หากฝ่าฝืนให้ตกแก่ใคร เมื่อประกาศครบกำหนด เมื่อมาโอนมรดกเจ้าหน้าที่ก็จะโอนมรดก และจัดการบันทึกข้อกำหนดห้ามโอนไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีการยื่นคำขอใด ๆ เพิ่มเติมอีก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำตามข้อกำหนดในพินัยกรรมนั่นเอง ข้อเตือนใจในการนำหลักการห้ามโอนไปใช้ สำหรับ ระเบียบกรมที่ดินเกี่ยวกับการปฏิบัติการจดทะเบียนห้ามโอนตามมาตรา ๑๗๐๐ แห่ง ป.พ.พ.ตามคำสั่งที่ ๔/๒๕๐๒ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๐๒ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ การจดทะเบียนห้ามโอน ขอบคุณบทความดี ๆ จาก โดย คุณวสันต์ กิจบำรุง (หมอที่ดิน) อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน 8 คู่มือการขอรับโอนมรดกที่ดินสำหรับประชาชน ในหลายๆ คำตอบเกี่ยวกับการการขอรับโอนมรดกที่ดิน มักมีคำตอบจากคนเรียนกฎหมาย หรือไม่ก็ทนายความ มาแนะนำให้จ้างทนายความทำเรื่องร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกกันเป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่ตามรูปคดีไม่มีความจำเป็นต้องตั้งผู้จัดการมรดกเลย จากประสบการณ์ตอนที่ผู้เขียนทำงานอยู่ในสำนักงานที่ดิน ในคำสั่งศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกมาทำเรื่องโอนมรดก มักระบุเป็นสูตรเลยว่าทางสำนักงานที่ดินอ้างว่าขัดข้องโอนให้ไม่ได้ (นอกจากจะต้องมีผู้จัดการมรดก)... การทำพินัยกรรมช่วยให้การรับมรดกที่ดิน สะดวกสบายกว่าการไม่ทำอย่างเทียบกันไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีวิธีการรับมรดกอีกแบบหนึ่งคือ “การรับมรดกเพียงบางส่วน” ซึ่งการรับมรดกแบบนี้ผู้ขอรับมรดกเพียงคนเดียวมาขอรับมรดกเฉพาะส่วนที่ตนมี สิทธิเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคนอื่นและไม่ต้องให้คนอื่นยินยอมแต่อย่างใดทั้งสิ้น(หรืออีกนัย หนึ่งคือไม่ได้รับส่วนที่เป็นของเจ้ามรดกทั้งหมดนั่นเอง) ซึ่งก็สามารถดำเนินการได้เช่นกันซึ่งเมื่อรับโอนมรดกแล้วจะมีชื่อเฉพาะคนที่ มายื่นขอรับมรดกนั้นเพิ่มเข้าไป โดยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับเจ้ามรดกนั่นเอง... การแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ก่อนอื่นต้องเข้าใจหลักกฎหมายแพ่งว่าในการโอนมรดกทรัพย์ใด ๆ ก็ตาม ไม่มีกฎหมายบังคับไว้โดยตรงว่าจะต้องมีการตั้งผู้จัดการมรดก โดยหลักแล้วทายาทสามารถโอนมรดกด้วยตนเองได้ แต่ถ้าหากเจ้ามรดกตั้งผู้จัดการมรดกไว้ก็ต้องให้ผู้จัดการมรดกเป็นคนโอนให้ แต่ถ้าเขาไม่ได้ตั้งไว้ การจะสมควรร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ามีปัญหาในการรับโอนมรดกหรือการจัดการมรดกหรือไม่เป็นสำคัญ ... บทความโดย : TerraBKK คลังความรู้ TerraBKK ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก
เดี๋ยวนี้มีหลายคนที่นิยมไปซื้อ อาคาร หรือ บ้านมือสองมาทำการปรับปรุงหรือต่อเติมใหม่ เพราะมานั่ง บวก ลบ คูณ หาร ดูแล้วมันถูกกว่าไปซื้อบ้านใหม่ตั้งแยะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดเราจะต้องหามืออาชีพที่มีประสบการณ์ ทั้งงานปรับแบบสถาปัตย์ และงานก่อสร้างต่อเติม มาช่วยดูแล อาคารหลังนี้อยู่ในซอย แจ้งวัฒนะ 32 เปลี่ยนจากตึกร้างกลายเป็นอาคารทรงโมเดิร์น นอกจากคนทั่วไปจะ Renovate บ้านเก่าให้กลายเป็นบ้านใหม่แล้ว บางคนยังอยากให้ บ้านใหม่กลายเป็นบ้านเก่า หรือ บ้านสไตล์ VINTAGE อย่างหลังนี้เป็น บ้านใหม่ที่อยู่ใน หมู่บ้านลัดดารมย์ 2 ราชพฤกษ์ ทำให้เป็นบ้านเก่าสมัย ร.5 หรือรุ่นเดียวกับ บ้านวิมานเมฆ ต่อเติมอย่างไร จึงจะไม่ผิดกฎหมาย #terraadsการต่อเติมที่ไม่ต้องขออนุญาต ลดหรือขยายพื้นที่ของพื้นชั้นใดชั้นหนึ่งให้มีพื้นที่น้อยลงหรือมากขึ้นรวมกันไม่เกิน 5ตารางเมตร โดยไม่ลดหรือเพิ่มจำนวนเสาหรือคาน ลดหรือขยายพื้นที่ของหลังคาให้มีพื้นที่น้อยลงหรือมากขึ้นรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่ลด หรือเพิ่มจำนวนเสาหรือคาน เปลี่ยนโครงสร้างของอาคาร เช่น คาน เสาตง ฯลฯ โดยใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดียวกับของเดิม […]

เยี่ยมชมโครงการ

ศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม9 คอนโดที่นำคุณใกล้ชิดธรรมชาติ เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ในราคา 2 ล้านต้นๆ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 15-20 ก.พ. นี้ “ศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9″ คอนโดที่นำคุณใกล้ชิดธรรมชาติ เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ในราคา 2 ล้านต้นๆ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 15-20 ก.พ. นี้ คอนโดมิเนียมแห่งใหม่ใน ย่านพระราม 9 หลายแห่ง ชูจุดเด่นทำเล CBD นั่นคือการเป็นถนนธุรกิจสายสำคัญแห่งใหม่ อีกทั้งมีความสะดวกด้านการเชื่อมต่อกับแหล่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ทั้งแหล่งชอปปิ้ง แหล่งงาน และความอุดมสมบูรณ์ของทำเลด้านอาหาร โครงข่ายคมนาคมที่รวดเร็วที่พักอาศัยใช้ความใกล้ทุกการเชื่อมต่อ และ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ก็มองเห็นศักยภาพของทำเลนี้เช่นกัน จึงนำเสนอแนวคิดความลงตัวของการใช้ชีวิตที่รื่นรมย์ ท่ามกลางธรรมชาติ ริมถนนพระราม 9 ที่เดินเพียง 350 เมตรก็ถึงรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม มาบวกกับการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองธุรกิจแหล่งอื่น ด้วยระบบรถไฟฟ้าอีกมากมาย ชูจุดขายการใช้ชีวิตในคอนโดแห่งนี้เป็นเรื่องง่ายและรื่นรมย์อย่างมีสไตล์ ศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9 – Supalai Veranda Rama 9 โดย บริษัท […]
เยี่ยมชมโครงการ บ้านริมสวน ซีนเนอรี่ บางนา-สุวรรณภูมิ เปิดเฟสใหม่ชูบ้านเดี่ยว Scenario 4.3 ล้านบาท เยี่ยมชมโครงการ บ้านริมสวน ซีนเนอรี่ บางนา-สุวรรณภูมิ เปิดเฟสใหม่ชูบ้านเดี่ยว Scenario 4.3 ล้านบาท คนทำงานย่าน บางนา สุวรรณภูมิ และเทพารักษ์ เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ที่กำลังมองหาบ้านอยู่อาศัยเป็นครอบครัวขนาดเล็ก และต้องการบ้านที่มีพื้นที่คุ้มค่า มองหาโครงการ ที่มี Facility พร้อม มีพื้นที่สวน มีสระว่ายน้ำ และพื้นที่วิ่งเล่น โดยมีงบประมาณ ไม่เกิน 5 ล้านบาท บ้านริมสวน ซีนเนอรี บางนา-สุวรรณภูมิ (Baan Rim Suan Scenery) โดยบริษัทสวนหลวงบ้านและที่ดิน จำกัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ทำเลของ โครงการบ้านริมสวน ซีนเนอรี บางนา-สุวรรณภูมิ จัดอยู่ในย่านบางนา เป็นทำเลที่เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ตั้งอยู่ในซอยรัตนพิศาลหรือวัดหลวงพ่อโต ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นซอยใหญ่ที่เป็น จุดเชื่อมต่อระหว่างถนนบางนา-ตราด และถนนเทพารักษ์ อยู่ไม่ไกลจากวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ดังนั้น คนทำงานย่านเทพารักษ์ สมุทรปราการ ก็สามารถเดินทางได้สะดวก สำหรับคนจะเข้าเมืองหรือเดินทางต่างจังหวัด สามารถเดินทางโดยทางด่วนบางนา-อาจณรงค์ […]
วินน์ คอนโด เปิดมุมมองใหม่แห่งการพักอาศัย ตอบรับชีวิตในแบบอีโคไลฟ์ ภายใต้แนวคิด The Urban Eco Life เริ่มต้น 1.49 ล้านบาท* วินน์ คอนโด เปิดมุมมองใหม่แห่งการพักอาศัย ตอบรับชีวิตในแบบอีโคไลฟ์ ภายใต้แนวคิด The Urban Eco Life เริ่มต้น 1.49 ล้านบาท* “โชคชัย 4” อีกหนึ่งทำเลที่นับได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมต่อถนนสายสำคัญไว้หลายเส้น ด้วยการเป็นเส้นทางเชื่อมแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้คนในด้านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก กับแหล่งงานในเมืองให้เดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว จึงสะดวกต่อการเดินทางเข้าเมือง โซนนี้จึงมีศักยภาพการเติบโตที่สูง ผลักดันให้ราคาที่ดินมีมูลค่าเพิ่มตามไปด้วย บวกกับในอนาคตยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง ที่มีสถานีตรง โชคชัย 4 (ลาดพร้าว 53) หน้าศูนย์การค้าโชคชัย 4 พอดี อีกหนึ่งสายสำคัญที่มาเชื่อมต่อกัน ดังนั้นหากรถไฟฟ้าสายใหม่แล้วเสร็จ พร้อมเปิดใช้บริการ ก็จะเข้าช่วยเสริมศักยภาพทำเลในย่านโชคชัย 4 ให้ดียิ่งขึ้น แนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และถ้าหากพูดถึง โชคชัย 4 หลายคนต้องรู้จักเป็นอย่างดีว่าพื้นที่แห่งนี้มีแต่ของอร่อยขึ้นชื่อระดับตำนาน ที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาก็มักจะแวะเวียนลิ้มรสชาติอาหารหลากหลายประเภทตั้งแต่ร้านเล็กๆไปจนถึงระดับภัตตาคารเลยทีเดียว ยกตัวอย่างร้านต้นตำหรับเลื่องชื่อ อย่าง เครปพรพิมล หรือที่รู้จักกันในชื่อ เครปป้าเฉื่อย ร้านเครปชื่อดัง ที่ตอนนี้ขยายสาขาไปหลายต่อหลายสาขา ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนลูกค้าต่างก็ยินดีรอด้วยความที่ไส้เยอะทำให้รสชาติเครปของร้านนี้อร่อยกว่าร้านอื่นๆ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีต้นตำหรับมาจากพื้นที่ที่มีแต่ความอร่อยแห่งนี้ […]
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ใจกลางเมือง เปิดตัวโครงการ Chapter One ECO รัชดา-ห้วยขวาง ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ใจกลางเมือง เปิดตัวโครงการ Chapter One ECO รัชดา-ห้วยขวาง คอนโด High Rise ใกล้ MRT ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยพฤกษา เรียลเอสเตส เนรมิตชีวิตคนเมืองให้ใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบ Scandinavian Design ทำเลรัชดาภิเษก จากแยกพระราม 9 ถึงแยกรัชดาลาดพร้าว ที่ถูกยกให้เป็น New CBD เพราะเป็นศูนย์รวมแหล่งงาน อาคารสำนักงานสำคัญย้ายมาประจำการที่นี่ อาทิ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แห่งใหม่ อาคารยูนิลีเวอร์, AIA Capital Center, CP Tower2, The Super Tower by G LAND รวมไปถึงแหล่งช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เช่น ฟอร์จูนทาวเวอร์, เซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, ตลาดนัดรถไฟ รัชดา และโครงการ […]
RHYTHM SUKHUMVIT 36-38 คอนโดตอบโจทย์คนเมืองพร้อมอยู่! ใกล้ BTS ทองหล่อ คุ้มสุด…กับโปรโมชั่นที่ยากจะปฏิเสธ จอง 50,000 พร้อมเข้าอยู่ RHYTHM SUKHUMVIT 36-38 คอนโดตอบโจทย์คนเมืองพร้อมอยู่! ใกล้ BTS ทองหล่อ คุ้มสุด…กับโปรโมชั่นยากจะปฏิเสธ จอง 50,000 พร้อมเข้าอยู่ เป็นอีกคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่ตั้งอยู่ในโลเคชั่นสุดฮอตที่สุดของกรุงเทพมหานคร สำหรับ RHYTHM SUKHUMVIT 36-38 ภายใต้การบริหารของ เอพี (ไทยแลนด์) ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย เพราะตั้งอยู่ตรงข้ามซอยทองหล่อ จึงเดินทางสะดวกสบายเพียงไม่กี่ก้าวถึงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ทองหล่อ ขับรถสะดวก เพราะทะลุได้ทั้งสุขุมวิทและพระราม 4 แถมใกล้ทางด่วนหลายเส้นทาง อีกทั้งอยู่ใจกลางย่านสตรีตฟู้ด และร้านอาหารมากมาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองโดยแท้ ล่าสุด RHYTHM SUKHUMVIT 36-38 ก่อสร้างแล้วเสร็จมากกว่า 97% พร้อมส่งข้อเสนอสุดพิเศษที่ยากจะปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นห้องStudio 24 ตารางเมตร เริ่ม 3.95ล้าน โอกาสสุดท้ายก่อนปิดโครงการ 1 ห้องนอน  (Combined) 48 ตารางเมตร ราคาเดียว 8.04ล้าน* จอง 50,000 เข้าอยู่ทันที หรือ1 ห้องนอนดีไซน์ใหม่ ลดสูงสุด […]
RHYTHM Asoke 2 คอนโดมิเนียมหรูพร้อมอยู่สไตล์ญี่ปุ่น ใจกลางอโศก-พระราม 9 คุ้มค่าการลงทุนระยะยาว RHYTHM Asoke 2 คอนโดมิเนียมหรูพร้อมอยู่สไตล์ญี่ปุ่น ใจกลางอโศก-พระราม 9 คุ้มค่าการลงทุนระยะยาว แม้จะเปิดตัวมาได้พักใหญ่แล้ว แต่เพราะความได้เปรียบในเรื่องโลเคชั่น New CBD ใจกลางอโศก-พระราม 9 และการออกแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตมัลติฟังก์ชั่น ทำให้ RHYTHM Asoke 2 คอนโดมิเนียมหรูสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงเป็นคอนโดฯ ที่น่าสนใจและน่าจับตามอง เหมาะทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุน โครงการ RHYTHM Asoke 2 โครงการ RHYTHM Asoke 2 เป็นอีกหนึ่งคอนโดมิเนียม ภายใต้การบริหารของ เอพี (ไทยแลนด์) ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย เพราะเข้าใจชีวิตของคนเมืองที่มากกกว่า ที่นี่จึงโดดเด่นเรื่องคอนเซ็ปต์ดีไซน์ในรูปแบบ RHYTHM of Japanese Senses “Engawa Style” เพื่อมอบความรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ด้วยสไตล์การออกแบบและการเลือกใช้วัสดุลวดลายไม้ คัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกกลิ่นอายญี่ปุ่น อย่างบ่อออนเซนบนชั้น 8 ที่ชมทิวทัศน์ใจกลางเมืองได้ 180 องศา โดยเอพียังคงยึดวิสัยทัศน์ “Multiple Connections” เน้นการเลือกสรรทำเลที่มีคาแร็คเตอร์พิเศษที่สามารถมอบคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยได้อย่างครบวงจร […]

โครงการใหม่และข่าวประชาสัมพันธ์

ไซมิสฯ เผยแผนธุรกิจปี 2560 เล็งเปิด 6 โครงการใหม่ตั้งเป้ารายได้ 2,200 ล้านบาท คาดเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯปี 62 ไซมิสฯ เดินหน้าขยายพอร์ต บุกนักลงทุนต่างประเทศ เผยแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี2560 เตรียมเปิดตัว 6 โครงการใหม่ และคาดว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในไตรมาส 1/2562 อย่างไรก็ตามในปี 2559 บริษัทฯ สามารถทำยอดได้ 7,000 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 1,200 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) อีก 5,765 ล้านบาท ปี 2560 ตั้งเป้ารายได้ที่ 2,200 ล้านบาท ปี 2561 ขยับขึ้นไปที่ 5,111 ล้านบาท และคาดว่าจนถึงปี 2564 ยอดรับรู้รายได้จะพุ่งไปถึง 11,094 ล้านบาท นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่า น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ผู้บริโภคสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น มีทั้งกำลังซื้อในประเทศและจากต่างประเทศ แต่เนื่องจากจำนวนคู่แข่งในตลาดมีมากขึ้น แต่ในส่วนของบริษัทฯจะมีความได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนทางการเงินและทีมงานรับเหมาก่อสร้างที่เป็นของตนเอง ทำให้ลดต้นทุนไปได้ถึง 20% […]
เปิดตัวบริษัทใหม่ “เอส พาร์ค ทู” เจาะกลุ่มนิชมาร์เก็ตระดับบน พร้อมส่ง “เดอะเคปเลอร์” บ้านหรูระดับลักชัวรี่ลงตลาด บริษัท เอสพาร์ค ทู จำกัด สบช่องว่างกลุ่มนิชมาร์เก็ตระดับบน พัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบ Customization พร้อมเปิดตัวส่งดาวดวงใหม่ “เดอะเคปเลอร์” (THE KEPLER) บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สูง 4 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 50 ล้านบาท จำกัดเพียง 5 ครอบครัว ในสังคมมีระดับ บนทำเลศักยภาพที่มีลักษณะเป็นไฮบริด ระหว่างความเจริญเติบโตของโซนศรีนครินทร์ และความร่มรื่นของธรรมชาติอย่าง สวนหลวง ร.9 และสวนวนธรรม ลงตลาดเจาะกลุ่มผู้บริหารและเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จและมีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว สานต่อความฝันด้วยมาตรฐาน Intelligent Living ระดับท็อปในบ้านทุกหลัง เสมือนเป็นโลกใบใหม่ในการใช้ชีวิต นางสาวเสาวภาคย์ ถนอมศักดิ์กุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสพาร์ค ทู จำกัด เปิดเผยว่า เอสพาร์ค ทู เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจส่วนตัว และประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยกว่า 20 ปี ซึ่งตนอยู่ในวงการนี้มานาน พบว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ มีความต้องการในที่อยู่อาศัยที่มีเอกลักษณ์และฟังก์ชั่นการใช้งานตามไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ซึ่งโครงการที่อยู่อาศัยในตลาดส่วนใหญ่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบของ […]
อนันดาฯ เผยยอดโอนปี 59 เพิ่มสูงขึ้น 65% ยอดกว่า 15,866 ล้านบาท รุกหนักปี 60 ลุยเปิด 17 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 41,800 ล้านบาท บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โชว์ศักยภาพเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมประกาศมียอดโอนเพิ่มสูงขึ้นถึง 65% ด้วยยอดกว่า 15,866 ล้านบาท โดยปี 2559 เป็นปีที่มียอดโอนสูงสุด ส่งผลให้กำไรสุทธิสูงสุดถึง 1,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน นอกจากนี้บริษัทมียอดขายที่ 25,175 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมาย 21% พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2560 เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 17 โครงการ มูลค่ากว่า 41,841 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตขึ้น 102% ต่อปี พร้อมมียอดโอนที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น 58% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ระยะเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวผลตอบแทน” โดยบริษัทฯ คาดหวังว่ายอดโอนจะเติบโต จาก 9,598 ล้านบาท ในปี 2558 เป็น 42,351 ล้านบาท ในปี […]
เอสซี แอสเสท จับมือ Wonderfruit เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำแนวคิดสังคมแห่งการแบ่งปัน “The Sharing Neighbourhood by SC ASSET” เอสซี แอสเสท จับมือ Wonderfruit เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำแนวคิดสังคมแห่งการแบ่งปัน ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปที่พาวิลเลียน The Sharing Neighbourhood by SC ASSET 16-19 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ เดอะ ฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา กลับมาอีกครั้งกับงาน Wonderfruit 2016 โดยปีนี้ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพทุกระดับราคา ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน Wonderfruit นี้เป็นปีที่ 2 ด้วยการสร้างสรรค์พาวิลเลียนแห่งการแบ่งปัน The Sharing Neighbourhood by SC ASSET ตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างยั่งยืน ไปพร้อมๆ กับสังคมรอบๆ ข้าง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพที่แข็งแรงอันเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ยั่งยืน ภายใต้สโลแกน For Good Mornings “ชีวิตที่ดี มาจากจุดเริ่มต้นที่ดี” […]
ไดอิผนึกเนอวานา ประกาศแผนธุรกิจครั้งแรกชู Living Solution สร้างนวัตกรรมใหม่ให้ในวงการอสังหาฯ ด้วยแผนยุทธศาสตร์ “Beyond Synergy” สร้างบริษัทที่แข็งแกร่งพร้อมรุกสู่ธุรกิจใหม่ บมจ.ไดอิ กรุ๊ป ประกาศแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2560 เน้น Living Solution หลังผนึกเนอวานา เน้นการสร้างนวัตกรรมในการอยู่อาศัย โดยเป็นครั้งแรกที่นำจุดเด่นด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างของไดอิ มาช่วยในการพัฒนาการก่อสร้างของเนอวานา ในขณะเดียวกันนำดีไซน์ที่โดดเด่นของเนอวานามาช่วยพัฒนาสินค้าของไดอิให้น่าสะดุดตามากยิ่งขึ้น พร้อมประกาศเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวในไทยที่มีธุรกิจครบไลน์เรื่องบ้านในวงการอสังหาฯ โดยปัจจุบันผู้บริหารของเนอวานาได้ขึ้นรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไดอิแล้วอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศเปิดตัวใหม่ 3 โครงการมูลค่ารวม 8,500 ล้าน นายศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไดอิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวแนะนำ บมจ.ไดอิ กรุ๊ป พร้อมเผยแผนการดำเนินงานเมื่อรวม 2 บริษัทเข้าเป็นหนึ่งเดียวว่า “บมจ.ไดอิ กรุ๊ป คือ บริษัทที่ทำธุรกิจรับสร้างบ้านในแบรนด์ “ดีจิ” (Deeji) ธุรกิจบ้านสำเร็จรูปในแบรนด์ “กินซ่า” (Ginza) ธุรกิจรั้วบ้าน ในแบรนด์ Fenzer, ธุรกิจกรอบประตู หน้าต่างอลูมิเนียมแบรนด์ ATECH ซึ่งจุดเด่นในการดำเนินธุรกิจของไดอิ คือ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ดี ส่วนธุรกิจของเนอวานานั้น เป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ที่มีดีไซน์โดดเด่น ลงลึกในทุกรายละเอียดของการอยู่อาศัย […]
โครงการใหม่ The Reserve Thonglor “RESERVE YOUR NATURE” พฤกษา เรียลเอสเตท ลุยตลาดคอนโดระดับพรีเมียม บนทำเลทองหล่อ “The Reserve Thonglor 2″ ด้วยคอนเซ็ปต์ “Reserve Your Nature” เพียง 110 ยูนิตเท่านั้น Open House 18 มี.ค. นี้ ราคาเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท หรือ 250,000 บาท/ตร.ม. The Reserve ทองหล่อ คอนโดมิเนียม ระดับพระเมี่ยม โครงการแรกของ พฤกษา ที่จับกลุ่มตลาด High End บนทำเลที่แพงที่สุด ในกรุงเทพมหานคร อย่างต้นซอยทองหล่อ ด้วยคอนเซ็ปต์ที่แตกต่าง โดยการใช้ Wolfpack (ฝูงหมาป่า) มาเป็นตัวแทนการใช้ชีวิตที่ชอบเข้าสังคม เปรียบกับ Target Group ที่ชื่นชอบ การใช้ชีวิตในเมืองอย่างทองหล่อ ชอบ Hangout กับกลุ่มเพื่อน แต่ในขณะเดียวกันก็หลงใหลความเงียบสงบในพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งเป็นที่มาของ Concept […]

Hot Topics

มิ.ย. ปิดถนนสร้างสายสีส้ม ตจว.นำร่อง "โมโนเรลภูเก็ต" มิ.ย. ปิดถนนสร้างสายสีส้ม ตจว.นำร่อง "โมโนเรลภูเก็ต" "สมคิด" ติดสปีดคมนาคม ส่งชง ครม.ลงทุนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเฟส 2 อีก 5 สายล้างท่อให้หมดปีนี้ เล็งขยายพื้นที่ต่างจังหวัด นำร่องภูเก็ต-เชียงใหม่ แก้รถติด ดีเดย์ มิ.ย.ตอกเข็มสายสีส้ม "ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี" เปิดหวูดปี 2566 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า หลังเซ็นสัญญาก่อสร
ธนินท์ โชว์ทฤษฎี3สูง1ต่ำ มั่นใจ10ปีรวยแซงสิงคโปร์ สมคิด เร่งดูดเงินลงทุน ธนินท์ โชว์ทฤษฎี3สูง1ต่ำ มั่นใจ10ปีรวยแซงสิงคโปร์ สมคิด เร่งดูดเงินลงทุน เจ้าสัวซีพีแนะอุตฯ ไทยต้องประตัว ใช้กลยุทธ์ 3 สูง 1 ต่ำ เน้นการเกษตร หวัง 10 ปีรายได้/หัว/ปี แซงสิงคโปร์ เอสซีจีแนะทุ่มเงินวิจัย “สมคิด” ชี้เศรษฐกิจไทยกำลังโต เหมาะดึงดูดการลงทุน "วิรไท” มอง 1-2 ปีทิศทางดอกเบี้ยโลกปรับขึ้น นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ จ
 จับตาค่าเงินดอลลาร์ กับ นโยบายทรัมป์ จับตาค่าเงินดอลลาร์ กับ นโยบายทรัมป์ เมื่อค่าเงินดอลลาร์แกว่งตัวอยู่ในช่วงแคบ ๆ ที่ระดับสูงที่สุดในรอบ 14 ปีอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ว่ากันว่า แม้แต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยังอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ดอลลาร์ ควรจะแข็งค่าหรือทำให้อ่อนค่าลงดีกว่ากัน น่าเสียดายที่คนที่ทรัมป์ยกหูโทรศัพท์สอบถามนั้น ฮัฟฟิงตันโพสต์ระบุว่า ไม่ใช่ที่ปรึก
สีลม-สาทร “ทำเลของเสือนอนกิน” ผลตอบแทนปล่อยเช่าคอนโด 4-8%  สีลม-สาทร “ทำเลของเสือนอนกิน” ผลตอบแทนปล่อยเช่าคอนโด 4-8% “เสือนอนกิน” เป็นคำเปรียบเปรยกลุ่มนักลงทุน ผู้ที่รอรับผลกำไรโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลยอย่าง เช่นการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า และรอมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลาของทรัพย์ที่ครอบครอง เมื่อฟังดูง่ายและสบายขนาดนี้ใครๆ ก็อยากจะเป็นนักลงทุนประเภทเสือนอนกินกันทั้งนั้น แล้วทำไม? “ สีลม-สาทร ” ถึงเป็น
สหกรณ์คลองจั่น  วิกฤต! สภาพคล่องหดเหลือ 300 ล้าน วิ่งวุ่นหาเงินชำระคืนเจ้าหนี้ สหกรณ์คลองจั่น วิกฤต! สภาพคล่องหดเหลือ 300 ล้าน วิ่งวุ่นหาเงินชำระคืนเจ้าหนี้ วันที่ 22 ก.พ. 60 — บอร์ดสหกรณ์คลองจั่นยื่นหนังสือร้อง “ปลัดยุติธรรม” เร่งทวงทรัพย์สินจากดีเอสไอกว่า 4 พันล้านบาท “ประกิต” โอดทวงทรัพย์ของกลางยังมืดมน ขณะสภาพคล่องลดเหลือ 300 ล้านบาท วิ่งหาเงินชำระคืนเจ้าหนี้ มิ.ย. นี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) ฟื้นฟูกิจการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เตรียมหาเงินจ่ายคืนเ
.
Close