Breaking News
Market outlook
การเปลี่ยนแปลงของเมือง เมื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินวิ่งครบลูป
SHARE :

65,604 views

31/3/2017

Recommended

เลือกชีวิต…บรรเจิด ที่ Notting Hill Sukhumvit 105 โครงการที่ยกอังกฤษมาไว้ในซอยลาซาล โดยออริจิ้น หากเอ่ยถึง ดีเวลลอปเปอร์ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการเลือกทำเลตามแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบราง ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ที่มีแนวคิดการออกแบบโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ (Uniqueness Project Design) รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและลงตัวสอดรับกับวิถีชีวิตของคนเมือง (Best Function of Unit Plan Design) ต้องมีชื่อของ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) รวมอยู่เป็นลำดับต้นๆ เพราะโครงการคอนโดมิเนียมทุกโครงการของออริจิ้น จะมีคอนเซ็ปต์ชัดเจน และสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี โครงการ Notting Hill Sukhumvit 105 (น็อตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105) #terraads โดยล่าสุดกับโครงการบนทำเล สุขุมวิท 105 ภายใต้ชื่อ Notting Hill Sukhumvit 105 (น็อตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105) ที่เกาะกลุ่มคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า […]

เพราะอัตราการเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมที่พุ่งทะยานชนิดว่า เดินไปทางไหนของย่านฮอต ก็ต้องเจอกับตึกสูง จนกลายเป็นข้อสงสัยของใครหลายๆ คนว่า เราถึงจุดอิ่มตัวของตลาดคอนโดหรือยัง? คำถามนี้คงไม่มีใครตอบได้ดีไปกว่า ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอง อย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (Land & Houses) ค่ายอสังหาริมทรัพย์ที่คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี จนได้ชื่อว่ามีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการบ้านคุณภาพ โดยล่าสุดออกแคมเปญ Best Time to Buy คัดสรร 7 คอนโดพร้อมอยู่ที่ดีที่สุดมานำเสนอ พร้อมยืนยันให้เห็นถึงภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียมว่า นี่คือช่วงเวลาดีที่สุดที่ผู้บริโภคต้องรีบตัดสินใจ เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ผู้ซื้อมีโอกาสได้เลือกที่อยู่อาศัยที่ ใช่ และ คุ้มค่า มากที่สุด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้สรุปตัวเลขที่น่าเชื่อถือ และปัจจัยสนับสนุนต่างๆ มาให้ชมแล้ว 4 ข้อดี เมื่อผู้บริโภคซื้อคอนโดนาทีนี้ ผู้ประกอบการยังไม่กล้าปรับราคาขึ้นเท่ากับราคาที่ควรเป็น เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคได้ของดี ราคาถูก จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้นักลงทุนไม่กล้ากว้านซื้อ เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นราคาคอนโดก็จะถูกปรับให้สูงขึ้นทำให้ต้องจ่ายแพงขึ้น และของดีราคาถูกก็จะถูกซื้อไปหมด คอนโดมิเนียมเป็นสินทรัพย์ที่มีแต่มูลค่าสูงขึ้น ไม่มีคำว่า ตก และมีโอกาสในการลงทุนทั้งขายต่อและปล่อยเช่า […]

“ TREA TALKS Real Estate 2017 – Future Thailand: ประเทศไทย 4.0 ก้าวไปข้างหน้าอย่างไร ไม่ต้องทิ้ง ใครไว้ข้างหลัง” หลายคนกำลังตั้งคำถามว่า เกิดอะไรข้ึนกับประเทศไทย แม้เราจะก้าวหน้าในการพัฒนาทางเศรษฐกิจไปกว่าเดิม แต่สังคมเราก็ยังมีปัญหาอีกมากที่ถูกละเลย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย (TREA) จึงตั้งใจจัดงานสัมมนาใหญ่ในรูปแบบ Creative Talk ขึ้นเพื่อนำเสนอไอเดีย เรื่องราวและส่งต่อแนวคิดดีๆที่จะบันดาลใจ ผู้คนให้สร้างการเเปลี่ยนแปลงได้ #terraads โดยภายในงานออกแบบดีไซน์เพื่อให้เกิด บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนความคิด เพื่อให้เกิดไอเดียนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม ภายในงานพบกับทอล์คเนื้อหา 3 หัวข้อหลัก 1.Local Empowerment พลังของคนท้องถิ่นที่ลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างให้กับภูมิภาคของตน อาทิ เครือข่ายการพัฒนาเมือง ที่จะเริ่มต้นสร้างระบบขนส่งมวลชนและสาธารณูปโภค การพัฒนาเมืองสีเขียว โดยไม่รอภาครัฐอีกต่อไป 2.Thailand Disruption การนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาธุรกิจสมัยใหม่ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาเมืองและการยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนให้สะดวกสบาย มีคุณภาพชีวิตที่ดี 3.Thailand’s Past Present and Future บทเรียนจากอดีตและบทบาทของธุรกิจต่อการพัฒนาเมือง ผ่านการแก้ปัญหาสังคม อาทิ […]

หากจะกล่าวถึงเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงเป็นอย่างมากในขณะนี้ คงหนีไม่พ้น “รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน” ที่จะมาเชื่อมต่อสถานีบางซื่อ-ท่าพระ-หัวลำโพง-หลักสอง ให้เชื่อมต่อถึงกันเป็นลูปขนาดใหญ่ ความพิเศษของสายนี้คือเป็นจุด interchange ให้กับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ เรียกได้ว่าจะกลายเป็นเส้นรถไฟฟ้า ที่เข้ามาเติมเต็มรถไฟฟ้าในอนาคตให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้แม้จะกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดแล้วเสร็จครบทั้งลูป ประมาณปี 2562 (ยกเว้นช่วงหลักสอง-พุทธมณฑลสาย 4) ก็ยังมีความร้อนแรงของทำเล ทั้งผู้ประกอบการเล็กใหญ่ ต่างก็รุมเข้ามาในทำเลนี้ ซึ่งวันนี้ TerraBKK Research จะพาทุกท่านย้อนอดีตกลับไปถึงก่อนที่จะเกิดรถไฟฟ้าและสถานการณ์ในอนาคต เมื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินวิ่งครบลูป จะเกิดอะไรขึ้นกับกรุงเทพมหานคร ลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คนจะเปลี่ยนไปอย่างไร? การอยู่อาศัยของคนจะถูกเปลี่ยนจากแนวราบเป็นคอนโดฯหรือไม่? TerraBKK Research มีคำตอบให้แล้ว

การเปลี่ยนแปลงของเมืองนับตั้งแต่เริ่มมีการพัฒนารถไฟฟ้า (Urban Transition)

ในปี พ.ศ.2547 รถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลหรือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินระบบรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกได้เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ โดยมีเส้นทางระหว่าง บางซื่อ-หัวลำโพง การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าทำให้เกิดความตื่นตาอย่างมาก และเป็นปัจจัยให้ ทำเลห้วยขวาง-พระราม9-อโศก มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างหนาแน่น รวมไปถึงมูลค่าที่ดินและที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว ในช่วงเวลานั้นโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางราง เน้นการรองรับปริมาณการเดินทางภายในเมือง ทำให้การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่บริเวณเมืองชั้นในที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับเส้นทางรถไฟฟ้ามีการกระจุกตัวของการพัฒนามากกว่าพื้นที่อื่น

ต่อมาในปี พ.ศ.2554 ได้มีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายทั้งหมด 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และ ช่วงหัวลำโพง-บางแค ก็ได้เกิดปรากฎการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยทำเลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัย ทั้งแนวราบและแนวสูงคือทำเลบริเวณแนวเส้นถนนจรัญสนิทวงศ์และช่วงทำเลบริเวณพุทธมณฑลสาย1 ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นของบ้านเดี่ยวเป็นจำนวนมาก และในปี พ.ศ.2560 หรือในปัจจุบัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเกือบเสร็จสมบูรณ์ พร้อมสำหรับการให้บริการ แต่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายนี้ มีความแตกต่างจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-หัวลำโพงเล็กน้อย เนื่องจากโครงข่ายนี้จะเชื่อมระหว่างพื้นที่ชานเมืองสู่โครงข่ายในเมือง ซึ่งนี่จะเป็นปัจจัยดึงดูด ให้เกิดการเกาะกลุ่มของที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นในบริเวณแนวเส้นรถไฟฟ้า ที่จะไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในบริเวณพื้นที่เมืองเท่านั้น ทำให้ทำเลบริเวณเมืองรอบนอกอย่างช่วงจรัญสนิทวงศ์หรือแม้กระทั่งบางแค มีศักยภาพของทำเลมากขึ้นอย่างยิ่งยวด เนื่องจากสามารถเดินทางเข้าสู่ในเมืองได้อย่างสะดวก โดยที่ราคาที่ดินและที่อยู่อาศัย ยังไม่ได้เพิ่มสูงมากเกินไปเมื่อเทียบกับบริเวณใจกลางเมือง

การเข้าถึงและการเชื่อมต่อกับเมือง (Accessibility and Transportation Network)

เราลองมาดูกันว่า โครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 3 ช่วง หากก่อสร้างเสร็จและพร้อมสำหรับการให้บริการครบลูป จะสามารถเชื่อมโยงไปสู่แหล่งใดได้บ้าง และสามารถเชื่อมต่อกับระบบการเดินทางในรูปแบบอื่นได้อย่างไร

  • รางต่อราง

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีลักษณะโครงข่ายเส้นทางแบบเป็นวงกลม ทั้ง 3 สายผ่านสถานที่สำคัญรอบกรุงเทพฯ เป็นรถไฟฟ้าที่ไปครบทุกจุดสำคัญในเมือง ทั้งใน ย่านธุรกิจและแหล่งงาน ย่านที่อยู่อาศัยในเมือง ย่านท่องเที่ยว และย่านชานเมือง อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ อีกหลายสาย โดยสายที่กำลังมีการก่อสร้างและก่อสร้างเสร็จแล้ว ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วง เพื่อเดินทางไปสู่ฝั่งนนทบุรี เชื่อมที่สถานีเตาปูน, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม เพื่อเดินทางไปสู่บริเวณทำเลดอนเมือง-สะพานใหม่-ลำลูกกาและจังหวัดสมุทรปราการ เชื่อมที่สถานีพหลโยธิน, รถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อเดินทางไปสู่ทำเลรังสิต เชื่อมที่สถานีบางซื่อ, รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน เพื่อเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง เชื่อมหลายสถานีได้แก่ เพชรบุรี, สีลม และหมอชิต และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงค์ เพื่อเดินทางไปสุวรรณภูมิ เชื่อมที่สถานีเพชรบุรี

ด้วยศักยภาพการเชื่อมต่อที่สามารถเดินทางไปสู่พื้นที่รอบนอกได้ทั่วทุกสารทิศ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เป็นสายที่มีศักยภาพมากที่สุดสำหรับการเชื่อมต่อและการเดินทางภายในเมือง  อีกทั้งยังเป็นรถไฟฟ้าสายแรกที่สร้างเสร็จครบลูป

01

  • รางต่อรถ

การเชื่อมต่อ mode การเดินทางของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ไม่ได้มีเพียงแค่ mode รางเท่านั้น การเดินทางด้วยรถหรือถนน ก็ยังเชื่อมต่อเส้นทางสำคัญที่ใช้เดินทางเพื่อเข้าสู่ภายในใจกลางเมืองและออกสู่พื้นที่รอบนอก โดยถนนเส้นสำคัญที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ได้แก่ พหลโยธิน, วิภาวดีรังสิต, ลาดพร้าว, เพชรบุรี, พระราม9, รัชดาภิเษก, พระราม 1, พระราม 4, เยาวราช, ทรงสวัสดิ์, บรมราชชนนี, เพชรเกษม ฯลฯ อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับทางด่วนเกือบทุกเส้นทาง ได้แก่ ทางพิเศษศรีรัช เชื่อมกับสถานีบางซื่อ, สถานีพระราม 9, สถานีเพชรบุรี และสถานีหัวลำโพง, ทางยกระดับอุตราภิมุข เชื่อมกับสถานีพหลโยธิน, ทางพิเศษเฉลิมมหานคร เชื่อมกับสถานีคลองเตย และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 เชื่อมกับสถานีบางแค

03

  • รางต่อเรือ

การเดินทางทางน้ำก็เป็นอีก mode สำคัญของคนกรุงเทพฯ ที่เชื่อมระหว่างพื้นที่รอบนอกและในเมือง โดยจากนโยบายการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจากภาครัฐ ก็มีการส่งเสริมให้เกิดการเดินทางที่เชื่อมระหว่าง รถ เรือ ราง โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเอง ก็สามารถเดินทางข้าม mode เหล่านี้ได้อย่างสะดวก โดยสามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือหลายท่าตลอดแนวเส้นแม่น้ำเจ้าพระยา

railtoboat

นอกจากนั้น จากการส่งเสริมการเดินทางด้วยเรือจากภาครัฐ ทำให้แนวคลองภาษีเจริญมีการพัฒนาระบบขึ้นใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินโดยตรง โดยเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มบริเวณสถานีบางหว้า แต่ก็เป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการเดินทางให้กับพื้นที่ฝั่งธนได้มากขึ้น ช่วยส่งเสริมให้แต่ละ mode ของการเดินทางระหว่างชานเมืองและเมืองชั้นในมีประสิทธิภาพและรองรับปริมาณการเดินทางได้มากยิ่งขึ้น โดยสามารถใช้บัตร rabbit บัตรเดียวกับระบบ BTS ในการใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง ค่าบริการ 15 บาทตลอดสาย โดยแนวโน้มของการเดินทางในแนวคลองภาษีเจริญ ก็เพิ่มมากขึ้นประมาณเดือนละ 20% ตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับการคมนาคมทางเรือ

boat_stat

ปัจจัยในการดึงดูดการอยู่อาศัย

ถ้าหากอ้างอิงตามทฤษฎีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตามหลักการของผังเมืองแล้ว จะพบว่านับตั้งแต่อดีตมนุษย์มักตั้งถิ่นฐาน ตามแนวเส้นทางคมนาคม ไม่ว่าจะเป็น คลอง ถนน หรือราง เรียกว่า การตั้งถิ่นฐานแบบเส้นตรง (Linear Settlement) ซึ่งจะปรากฎขึ้นมาเสมอในช่วงแรกๆ ที่มีการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ในกรณีของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินก็เช่นเดียวกัน หากมีการก่อสร้างเสร็จครบลูปทั้ง 3 ช่วง จะทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยในลักษณะนี้ เนื่องจากความจำเป็นของระยะทางระหว่างที่อยู่อาศัยและแหล่งงานไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป เมื่อสามารถเดินทางไปกลับระหว่างที่ทำงานและที่อยู่อาศัยได้อย่างสะดวกด้วยโครงข่ายรถไฟฟ้า โดยแหล่งงานที่สำคัญที่สามารถเข้าถึงได้โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน กระจายอยู่ตลอดแนวเส้นทาง สามารถแบ่งช่วงทำเลที่เป็นแหล่งงานซึ่งจะเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดการอยู่อาศัยบริเวณแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้ดังนี้

05

  • ช่วงสถานีบางแค-บางซื่อ : เส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินตั้งแต่ช่วงบางแคจนถึงท่าพระ เรียกได้ว่าเป็นช่วงของการเชื่อมชานเมืองเข้าสู่พื้นที่เขตเมือง ทำเลช่วงนี้แต่เดิมจะเป็นที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ซึ่งนับตั้งแต่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้มีการก่อสร้างในทำเลนี้ ก็เกิดอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่พาดผ่านแนวเส้นถนนจรัญสนิทวงศ์ ที่เต็มไปด้วยแหล่งงานประเภทสถานพยาบาล นับเป็นเส้นทางที่เชื่อมคนฝั่งธนฯเข้าสู่เมืองอย่างแท้จริง โดยสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีการขยายตัวเมืองออกมาสู่บริเวณฝั่งธนฯ ได้อย่างชัดเจน นั่นคือพื้นที่รองรับแหล่งงานและไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่และมีการปรับปรุง เช่น เดอะมอลล์ บางแค ได้ทำการรีโนเวทขยายพื้นที่จอดรถ เพื่อรองรับปริมาณนักช็อปมากขึ้น, การเปิดสำนักงานใหญ่ของ ธนาคาร UOB ที่จะเปิดทำการในเดือนกรกฎาคม 2560 นี้ ซึ่งจะเป็นผลให้ดึงดูดประชากรเข้ามาในทำเลนี้มากขึ้น เนื่องจากมีพนักงานกว่าพันคนย้ายเข้ามาอยู่ในโซนนี้นอกจากนั้นยังมี community mall อีกมากมาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่ง hang out สำหรับเพื่อนและครอบครัว ซึ่งรองรับการใช้ชีวิตของคนฝั่งธนที่อาศัยอยู่บริเวณพุทธมณฑลและตามแนวเส้นถนนเพชรเกษม เช่น The Circle, The Bloc, Food Villaในย่านราชพฤกษ์ และ Victoria Gardenในย่านเพชรเกษม รวมไปถึงคาเฟ่ต่างๆในเส้นพุทธมณฑลสาย1 ที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนมากมาย อีกทั้งยังเจือปนด้วยเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่า ด้วยสถานที่อย่างตลาดน้ำคลองภาษีเจริญและตลาดน้ำคลองลัดมะยม เป็นต้น ต่อมาในช่วงบางพลัดหรือตามแนวเส้นถนนจรัญสนิทวงศ์ ก็มีศูนย์การค้าหลายแห่ง เช่น เซ็นทรัล พลาซ่า ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า หรือพาต้า เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารและตลาดประปราย โดยส่วนใหญ่เป็นลักษณะพื้นที่กิจกรรม ที่รองรับกลุ่มประชากรขนาด community ที่จะหลากหลายกว่าในช่วงถนนเพชรเกษม รองรับประชากรในช่วงปิ่นเกล้าและจรัญสนิทวงศ์
  • ช่วงสถานีบางแค-หัวลำโพง : เส้นทางช่วงสถานีท่าพระ-หัวลำโพง คือเส้นทางที่ผ่านย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ที่เป็นเส้นทางที่มากไปด้วยวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ถึงแม้ทำเลในช่วงนี้จะไม่สามารถพัฒนาอะไรได้มากนักเนื่องจากติดข้อจำกัดทางด้านผังเมือง แต่ศักยภาพพื้นที่ในช่วงนี้ก็เป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของพระนครเลยทีเดียว ช่วงตั้งแต่สามย่านไปจนถึงเขตพระนคร ครอบคลุมตั้งแต่สถานีสามย่าน-วังบูรพา เป็นย่านเก่าแก่ที่เป็นทำเลเศรษฐกิจดั้งเดิมของกรุงเทพฯ เช่น เยาวราช, ดิ โอ สยาม, สะพานเหล็ก, สำเพ็ง, พาหุรัด, ปากคลองตลาด หรือยอดพิมาน ที่เป็นแหล่งรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ย่านนี้ประกอบไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เป็นย่านวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ
  • ช่วงสถานีหัวลำโพง-ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ : เส้นทางช่วงสถานีหัวลำโพง-ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คือเส้นทางของย่านธุรกิจหรือ CBD ที่ผ่านแหล่งงานและย่านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ อย่าง สามย่าน สยาม สีลม สาทร อโศก เหล่านี้ล้วนเป็น destination ด้านแหล่งงานที่สามารถเชื่อมการเดินทางของคนที่พักอาศัย ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพื่อเข้ามาสู่ CBD แห่งนี้ได้
  • ช่วงสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์-ลาดพร้าว : เส้นทางช่วงสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์-รัชดาภิเษก นับเป็นทำเลศักยภาพที่สำคัญมากอีกแห่งของกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นทำเลที่ได้ขึ้นชื่อว่า New CBD รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ตลอดแนวนับตั้งแต่ศูนย์ประชุมฯ, พระราม9, ศูนย์วัฒนธรรมฯ ย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นอย่าง ห้วยขวาง, สุทธิสาร รัชดาภิเษก และลาดพร้าว ในช่วงถนนรัชดาภิเษกเข้าสู่ถนนพระราม9 ไปจนถึงถนนอโศก-เพชรบุรี เริ่มมองเห็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่นี้เป็น New CBD จึงจะเห็นความคึกคักอย่างชัดเจน มีตั้งแต่ศูนย์การค้าอย่าง เซ็นทรัล พลาซ่า พระราม9, Show DC, The Street, Fortune Town, Terminal 21 เป็นต้น เรียงรายไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมาย ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนในระดับเมือง บริเวณ CBD ตั้งแต่ช่วงสถานีเพชรบุรี-สามย่าน เป็นทำเลที่เป็น shopping center ของเมือง อย่าง ทำเลสยาม สีลม สาทร  ซึ่งมีทั้งร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ ผับ บาร์ และแหล่งรองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองอีกมากมาย
  • ช่วงสถานีลาดพร้าว-บางซื่อ : เส้นทางช่วงสถานีลาดพร้าว-บางซื่อ สามารถเดินทางเข้ามาอย่างสะดวกจากทางฝั่งธนฯ ซึ่งย่านนี้มีแหล่งงานคุณภาพ รวมไปถึงสถานศึกษาที่สำคัญหลายแห่งอีกด้วย นอกจากนั้นบริเวณตามแนวเส้นรถไฟฟ้าจากฝั่งธนฯ เข้าสู่บริเวณบางโพไปจนถึงช่วงลาดพร้าว จะมีลักษณะการผสมผสานระหว่างชุมชนดั้งเดิม และพื้นที่กิจกรรมอำนวยความสะดวกใหม่ๆ โดยมีศูนย์การค้าหลายแห่ง เช่น เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว, ยูเนี่ยนมอลล์ รวมไปถึงตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อย่าง จตุจักร, เจเจ กรีน, เจเจ มอลล์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่ง hang out สำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวกระจายอยู่ทั่วทำเล

ซึ่งในกรณีหากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเปิดให้บริการ จะเอื้อประโยชน์ต่อคนฝั่งธนบุรีมากที่สุด เนื่องจากเส้นทางส่วนต่อขยายนั้นพาดผ่านย่านสำคัญของฝั่งธนบุรีทั้งหมด อย่าง จรัญสนิทวงศ์, ปิ่นเกล้า ไปจนถึงแนวเส้นถนนเพชรเกษม ทำให้คนฝั่งธนฯ สามารถย่นระยะเวลาการเดินทางเข้าสู่แหล่งงานในเมืองชั้นในที่เป็นย่านสำคัญดังที่กล่าวมาข้างต้น จากเดิมที่ใช้รถยนต์เพื่อเข้าเมืองต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หากใช้รถไฟฟ้าจะเหลือเพียง 20-30 นาที

ด้วยปัจจัยนี้ จะทำให้เกิดแรงดึงดูดการเข้ามาของกลุ่มคนที่อาศัยอยู่บริเวณชานเมืองที่แต่เดิมเป็นชุมชนบ้านเดี่ยวจำนวนมาก โดยการเปลี่ยนแปลงจะเห็นได้ชัดเจนว่าเปลี่ยนจากการ “กระจาย” ของที่อยู่อาศัย เป็นการ “กระจุก” ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เนื่องจากคนจะเริ่มย้ายเข้าสู่พื้นที่แนวเส้นรถไฟฟ้าเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากกว่าเดิม

บริบทของแต่ละทำเลตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (Site Characteristic)

ความโดดเด่นของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 3 สาย คือการพาดผ่านย่านสำคัญทั้งหมดของกรุงเทพฯ นับตั้งแต่เมืองรอบนอกไปจนถึงย่านใจกลางธุรกิจที่สำคัญ โดยสามารถแบ่งบริบทของแต่ละย่านได้หลากหลาย ได้แก่

  • Suburban – ตั้งแต่บริเวณสถานีบางแค-สถานีท่าพระ โดยจะกล่าวว่าชานเมืองก็ไม่ได้ถูก 100% เนื่องจากความเจริญในย่านนี้นั้นก็มีให้เห็นค่อนข้างมาก แต่ถ้าหากนับระยะทางการเดินทางเข้าสู่ แหล่งงานของย่านศูนย์กลางธุรกิจก็จะนับว่าไกลพอสมควร พื้นที่ในโซนชานเมืองนี้ จะค่อนข้างยังคงลักษณะของความเป็นย่านที่อยู่อาศัยสูง มีความสงบ ไม่หนาแน่นเหมือนในพื้นที่เมือง แต่ก็มีพื้นที่ที่รองรับไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • Urban – ในช่วงสถานีท่าพระ-บางซื่อ มีความเป็นพื้นที่เมืองสูงกว่าในโซน suburban มีแหล่งงานที่หลากหลาย ขนส่งมวลชนรองรับและมีทางเลือกมาก มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในรูปแบบแนวราบและแนวสูง และมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่มากกว่าหนึ่งแห่ง อีกทั้งยังสามารถเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองได้ไม่ลำบาก มีความหนาแน่นของที่อยู่อาศัยปานกลางไปจนถึงหนาแน่นมาก
  • CBD – โซนที่มีศักยภาพสูงสุดของเมือง ได้แก่ช่วงสถานีหัวลำโพง-ศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ แหล่งงาน การเดินทาง การลงทุน แหล่งไลฟ์สไตล์ แหล่งอำนวยความสะดวก และที่อยู่อาศัยที่มีความหนาแน่นมาก จะพบเห็นอสังหาริมทรัพย์แนวราบไม่มากเท่าไร มูลค่าที่ดินในทำเลนี้สูงที่สุด เนื่องจากเพียบพร้อมไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งต้องแลกมาด้วยมูลค่าทางการเงินมหาศาลเช่นกัน
  • New CBD – ตั้งแต่ช่วงสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางซื่อ เป็นทำเลที่มีการพัฒนาที่ดินอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยได้แก่ ศูนย์การค้าฯ อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และอื่นๆ ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินสูงขึ้น รวมไปถึงมีการเพิ่มขึ้นของความหนาแน่นในที่อยู่อาศัยและประชากร

เมื่อทำเลทางกายภาพเปลี่ยน ย่อมส่งผลถึงลักษณะของอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงการเปลี่ยนไปของทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประเภทของที่อยู่อาศัย ลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คน รวมไปถึงราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่จะแสดงให้เห็นถึง “มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์” ในแต่ละทำเล TerraBKK Research จึงขอแยกทำเลออกเป็น 2 ฝั่ง คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเส้นเดิม (บางซื่อ-หัวลำโพง) และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ท่าพระ-หลักสอง) เนื่องจากเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ของฝั่งสายสีน้ำเงินเส้นเดิมมากกว่า อีกทั้งยังอยู่ในทำเล New CBD อย่างรัชดา เพื่อไม่ให้สับสนจึงขออธิบายภาพเป็น 2 ฝั่งควบคู่กันไป ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบที่อยู่อาศัย จาก “แนวราบ” สู่ “คอนโด”

ย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีก่อน ทำเลรอบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยังไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมมากนัก หากจะขึ้นซักโครงการหนึ่ง ก็เป็นเพียงเจ้าเล็กๆ มีไม่ถึง 1,000 ยูนิตต่อปี ภาพที่เห็นเรามักจะพบเจอเป็นอาคารพาณิชย์เก่าแก่ หรือเป็นบ้านเดี่ยวในรูปทรงสมัยก่อน แต่เมื่อปี 2004 ที่ได้เริ่มเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ช่วงที่ 1 คือบางซื่อ-หัวลำโพง พบว่าจำนวนโครงการคอนโดมิเนียมมีมากขึ้นอย่าง ก้าวกระโดด โดยเฉพาะในย่านรัชดาภิเษกที่ดูจะหนาแน่นเป็นพิเศษ

เมื่อโฟกัสไปที่ปี 2013 ที่น่าแปลกใจว่า จำนวนคอนโดมิเนียมในโซนส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ท่าพระ-หลักสอง) เริ่มแซงหน้า สายสีน้ำเงินเส้นเดิม (บางซื่อ-หัวลำโพง) ขึ้นไปแล้ว ซึ่ง TerraBKK Research มองว่าเพราะที่ดินในเมืองอย่างรัชดา-อโศก-สามย่าน หาได้ยากมากขึ้นทุกที การขยับขยายไปยังพื้นที่ที่เป็นส่วนต่อขยายจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกนัก อีกทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายไม่เหมือนสายสีม่วง ที่แม้จะสร้างเสร็จแล้วแต่ขาดช่วงตรงเตาปูน ทำให้การโดยสารที่ไม่สะดวกนัก แต่สายสีน้ำเงินนี้เรามองว่าการวิ่งเป็นลูปจะได้เปรียบมากกว่า ด้วยการเชื่อมต่อที่เยอะกว่า ไม่ขาดช่วง วิ่งผ่านในจุดสำคัญ และไม่หลุดจากตัวเมืองมากนัก จากนี้ไปเราจะได้เห็นความร้อนแรงของทำเลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายที่ คาดว่าจะร้อนแรงกว่าสายสีม่วงเสียด้วยซ้ำ เพราะเพียงแค่ในปีนี้ปีเดียว TerraBKK Research ก็ได้ข่าวโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ท่าพระ-หลักสอง) เกือบ 10 โครงการ ซึ่งจะขอกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

นอกจากนี้โซนส่วนต่อขยายฝั่งเพชรเกษม ยังคงมีต่อไปอีก 1 ช่วง เป็นจำนวน 4 สถานี คือตั้งแต่หลักสองไปจนถึงพุทธมณฑลสาย 4 เพื่อรองรับดีมานต์ฝั่งนครปฐม ซึ่งในปัจจุบันยังมีโครงการคอนโดมิเนียมไม่มากนัก มีเพียงโครงการ Fuse Sense บางแค ที่ยังเปิดขายอยู่ในราคา 54,000 บาทต่อตารางเมตร จึงคาดว่าอีกไม่นานจะเกิดโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นอีกในทำเลนี้

การเปลี่ยนแปลงของราคาคอนโดมิเนียม จาก “หลักหมื่น” สู่ “หลักแสน”

เมื่อจำนวนการเปิดตัวของโครงการคอนโดมิเนียมที่มากขึ้น ย่อมตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้น จากการเก็บข้อมูลย้อนหลัง 25 ปีของคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวในแต่ละปี เราพบว่าคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน มีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาเปิดตัวหรือราคาพรีเซล เฉลี่ยประมาณปีละ 15% โดยแบ่งเป็นเส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเส้นเดิม (บางซื่อ-หัวลำโพง) มีราคาเปิดตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 15% และ เส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ท่าพระ-หลักสอง) มีราคาเปิดตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 13%

เป็นที่น่าแปลกใจไม่ใช่น้อยหากจะบอกว่าตอนนี้ราคาคอนโดมิเนียมในทำเลส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินราคากว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตรแล้ว และขายได้ดีเสียด้วย ส่วนใหญ่มียอดขายกว่า 70-90% ไปแล้ว หรือคิดเป็น Absorption Rate ประมาณ 20-30% ต่อปีต่อโครงการ โดยกลุ่มลูกค้าหลักของโซนส่วนต่อขยาย จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆตามทำเลคือ ฝั่งจรัญสนิทวงศ์ (เตาปูน-ท่าพระ) จะเป็นบรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยและแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ เช่น โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลยันฮี, โรงพยาบาลตาหูคอจมูก, โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลวชิระ, ฯลฯ และฝั่งเพชรเกษม (บางไผ่-หลักสอง) จะเป็นกลุ่มคนทำงานในแถบ สีลม-สาทร (และยังมีกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการหาคอนโดฯ เช่าฝั่งธนในราคาที่ไม่สูงมากนัก ที่มีทั้งอาจารย์ของโรงเรียนเอกชนและนักท่องเที่ยว) ซึ่งเรียกได้ว่า Demand ฝั่งส่วนต่อขยายเตาปูน-ท่าพระ-หลักสอง เป็น Demand ที่มีคุณภาพและส่วนใหญ่ก็เป็น Real Demand คือซื้ออยู่อาศัยเอง ดังนั้นตลาดคอนโดฯ ปล่อยเช่าในทำเลนี้การแข่งขันยังไม่สูงเท่าไหร่นัก

แม้ในปีนี้บางโครงการจะยังมีราคาเปิดตัวที่ยังไม่ถึง 100,000 บาทต่อตารางเมตร แต่ TerraBKK Research เชื่อว่าภายในปีนี้ราคาคอนโดมิเนียมต่างๆ ในแนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย จะพากันไปสู่ 100,000 บาทต่อตารางเมตรก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกนัก และนี่ก็คงเป็นโอกาสที่ใครเห็นก่อนก็คว้าได้ก่อนในราคาที่ “ถูกกว่า”

เมื่อพูดถึงมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาคือผลตอบแทนจากการลงทุน หลายคนเริ่มมองหาคอนโดฯ สำหรับการลงทุนในแนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โดยเฉพาะผลตอบแทนในรูปแบบของ Capital Gain หรือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเมื่อขายทิ้ง TerraBKK Research จึงขอพูดแยกเป็น 3 ทำเล เนื่องจากทั้ง 3 ฝั่ง มีลักษณะทางกายภาพและลักษณะการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่ค่อนข้างต่างกัน ดังนี้

  1. โซนบางซื่อ-หัวลำโพง คงไม่ต้องพูดอะไรมากกับคอนโดฯฝั่งนี้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าฮอทฮิตมากแค่ไหน โดยเฉพาะกับฝั่งรัชดาภิเษกที่หนาแน่นไปด้วยกลุ่มคนทำงานในย่าน New CBD ปัจจุบันโครงการคอนโดมิเนียมมือสองมีการประกาศขายในราคาประมาณตารางเมตรละ 95,000-180,000 บาท เพราะถือว่าเป็นโซนเดียวของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่อยู่ใกล้เมือง และมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาประมาณ 7.2% ต่อปี
  2. โซนเตาปูน-ท่าพระ TerraBKK Research พบว่าทำเลนี้พร้อมไปด้วย Real Demand ที่มีคุณภาพ จากการสอบถามพนักงานขายของแต่ละโครงการพบว่ากลุ่มลูกค้าหลักของคอนโดมิเนียมเหล่านี้คือแพทย์และอาจารย์มหาวิทยาลัย เนื่องจากทำเลนี้เต็มไปด้วยโรงพยาบาลชั้นนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลวชิระ, โรงพยาลยันฮี ฯลฯ ซึ่งจัดว่าเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ปัจจุบันโครงการคอนโดมิเนียมมือสองมีการประกาศขายในราคาประมาณตารางเมตรละ 67,000-100,000 บาท และมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาประมาณ 8.1% ต่อปี
  3. โซนบางไผ่-หลักสอง ทำเลนี้มีความน่าสนใจตรงที่ ราคาคอนโดฯเปิดใหม่ก่อนหน้านี้ในยังมีราคาไม่สูงมากนัก แต่ราคาคอนโดฯมือสองที่ขายได้กลับมีราคาที่สูงเกือบเทียบเท่าฝั่งจรัญฯ อีกทั้งคนที่ซื้อคอนโดฯในทำเลนี้ส่วนใหญ่เป็น Real Demand ที่เดิมอยู่ฝั่งธนฯแต่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง ซึ่งตรงนี้ TerraBKK Research มองว่ายังเป็น Demand ที่เข้ามาเรื่อยๆ พวกเขาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตโดยออกมาอยู่คอนโดมิเนียมใกล้เมืองมากขึ้น ปัจจุบันโครงการคอนโดมิเนียมมือสอง มีการประกาศขายในราคาประมาณตารางเมตรละ 50,000-90,000 บาท และมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาประมาณ 8.4% ต่อปี

โครงการคอนโดมิเนียมที่จะเปิดในปี 2017

สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายที่มีแผนจะเปิดในปีนี้ พบว่าในปีนี้จะมีโครงการใหม่เปิดตัวอีก 6 โครงการ ซึ่งหากจะอธิบายทีละโครงการอาจจะไม่เห็นภาพเท่าไหร่นัก TerraBKK Research จึงจัดทำเป็นแผนภาพ เพื่อแสดงให้เห็นถึงระดับราคาและระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้า ของแต่ละโครงการ ดังนี้

Positioning_NewPJ_Blue-Line

TerraBKK Research พบว่า 3 โครงการ (ที่อยู่ในกล่องสีแดง) คือโครงการที่น่าสนใจที่สุด ด้วยราคาและทำเลที่เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 90,000-100,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่โครงการอื่นมีราคาที่สูงกว่านี้ หรือหากเป็นราคานี้ก็จะมีทำเลที่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าออกไปอีก TerraBKK Research ขอลงรายละเอียดในเบื้องต้น 3 โครงการที่น่าสนใจ ดังนี้

1. THE BASE Phetkasem (เดอะ เบส เพชรเกษม)

โครงการใหม่ล่าสุดจากแสนสิริ ตั้งอยู่ระหว่างซอยเพชรเกษม 29 และซอยเพชรเกษม 29/1 ห่างจากสถานีเพชรเกษม 48 เพียง 120 เมตร ซึ่งเรียกได้ว่าห่างจากสถานีบางหว้าเพียง 1 สถานี โครงการนี้มีจุดเด่นที่บริเวณทำเลเป็นจุดเชื่อมต่อรถ-ราง-เรือ ทั้งเรือคลองภาษีเจริญ, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และถนนใหญ่ อีกทั้งในซอยยังสามารถลัดเลาะไปยังถนนหลักๆได้ง่าย เช่น ถนนราชพฤกษ์, ถนนพุทธมณฑลสาย 1 เป็นต้น โครงการเดอะ เบส เพชรเกษม จะเริ่มเปิดขายเดือนพฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศราคาออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ TerraBKK Research คาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงราคา 90,000-100,000 บาทต่อตารางเมตร

2. New Project from GRAND UNITY *ยังไม่มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการ

Grand-unity

แม้จะยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ก็เริ่มมีข่าวออกมาว่าในปีนี้ Grand Unity มีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ตรงบริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 ห่างจากสถานีบางพลัดเพียง 100 เมตร ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าราคาน่าจะอยู่ในช่วง 100,000+ บาทต่อตารางเมตร เนื่องจากโครงการที่เปิดในเส้นจรัญฯตอนนี้ราคาสูงกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตรแล้วเกือบทั้งนั้น ซึ่งโครงการนี้อาจจะเป็นแบรนด์ใหม่จาก Grand Unity คงต้องรอดูกันต่อไปในปีนี้

3. The Parkland Charan – Pinklao (เดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า)

หนึ่งในโครงการที่ขายที่ดีสุดของฝั่งส่วนต่อขยาย ด้วยราคาที่ไม่สูงมากนักทำให้เป็นที่ล่อตาล่อใจแก่นักลงทุนทั้งหลาย บวกกับทำเลที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าเพียง 120 เมตร ทำให้เฟสแรกของโครงการ The Parkland Charan-Pinklao ปิดการขายไปได้อย่างสวยงาม ปัจจุบันเปิดขายเฟส 2 และ 3 แล้ว ในราคา 1.94 ล้านบาท

และโครงการอื่นๆ อีก 3 โครงการ คือ

4. The Tree Charun 30 (เดอะ ทรี จรัญฯ 30) *ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ

The_tree

5. Chapter One Shine Bang Po (แชปเตอร์วัน ชายน์ บางโพ)

6. Chateau in Town Wongsawang-Charan 96/2 (ชาโตว์ อินทาวน์ วงศ์สว่าง-จรัญฯ 96/2)

บทความโดย : TerraBKK คลังความรู้

TerraBkk ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก

แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขุมวิท ขาย 35,000,000 บาท
บุราสิริ สันผีเสื้อ ขาย 4,590,000 บาท
เดอะ แพลนท์ ซิตี้ นวมินทร์ ขาย 2,990,000 บาท
แอชตัน สีลม ขาย 7,000,000 บาท


Result of 5 + 2 =
หากเป็นสมาชิกเว็บไซต์อยู่แล้ว สามารถกรอกเพียง Email และ Password

(ดูความคิดเห็นทั้งหมด)

“ บางนา ” หนึ่งทำเลที่อาจกล่าวได้ว่า กระแสมาแรงอย่างมากในวงการธุรกิจค้าปลีก บรรดาเจ้าถิ่นเก่าพากันปรับโฉมใหม่ขยายขนาดตั้งรับศักยภาพอนาคต ขณะที่เจ้าใหม่ต่างตบเท้าลงสนามด้วยงบประมาณการลงทุนไม่น้อย เรียกว่าไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ "บางนา" ยังเป็นหนึ่งพื้นที่รอบรับด้านที่อยู่อาศัยแนวราบฝั่งตะวันออกของกรุงเทพ ต่างมีผู้ประกอบการอสังหาแบรนด์ต่างๆ พากันจับจองที่ดินพัฒนาเป็นโครงการจัดสรรประเภทบ้านเดียวและทาวน์เฮ้าส์ไม่น้อยเลยทีเดียว TerraBKK Research ขอพาท่านย้อนกลับมาดูสิว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่าน "บางนา" เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง โดยจะขอกล่าวเนื้อหา ไล่เรียงลำดับตามช่วงเวลาตั้งแต่ปี 58-60 ดังนี้ ปี 2558– เปิดตัว “ Bangkok-Tokyu Departmentstore Paradise Park” ศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค (Paradise Park) ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ ห่างจุดตัดกับถนนบางนาตราดราว 2.5 กิโลเมตร ศู่นย์การค้าขนาด 290,000 ตารามเมตรแห่งนี้ เป็นผลงานจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ที่เล็งเห็นความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจค้าปลีกในย่านนี้ จึงลงสนามและทำการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้กลายเป็นศูนย์การค้า Speciality Shopping Center ด้วยงบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “The Oasis of Eastern Bangkok” สวนสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงเทพตะวันออก เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้รับผลตอบรับจากลูกค้ามาเป็นอย่างดีเสมอ ล่าสุดปี 2558 ได้ทำการเปิดตัว “ห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ-โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค” ขนาด 2 ชั้น พื้นที่กว่า 13,000 ตารางเมตร ในศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ให้กลายเป็นห้างลูกผสมระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด "Gift for Myself " ในบรรยากาศตกแต่งสไตล์ Simply & Modern Style เจ้าของโครงการ : บริษัท พีที รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัน (บริษัท กรุงเทพ – โตคิว สรรพสินค้า จำกัด และ บริษัท พาราไดซ์ รีเทล จำกัด ในสัดส่วน 50:50) ขนาดพื้นที่ : 13,000 ตารามเมตร งบลงทุน : 400 ล้านบาท แนวคิด : Gift for Myself ปี 2558 – เปิดตัว ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เฟส 2 ( BITEC Phase 2) ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บนขนาดที่ดิน170 ไร่ เดิมทีเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2540 รองรับการขยายตัวของธุรกิจการจัดแสดงงานและการประชุม ด้วยทำเลบางนาที่ตั้งโดดเด่นสอดคล้องกับการคมนาคมสะดวกสบาย ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้า ทางด่วนบางนาตราด และถนนสุขุมวิท ปี 2556 บริษัท ภิรัชบุรี จำกัด ตัดสินใจทำการลงทุนขยายโครงการเฟส 2 ด้วยงบลงทุนราว 6,000 ล้านบาท ขยายพื้นที่ 37,800 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ 32,000 ตารางเมตร ทำให้มีพื้นที่การจัดแสดงงานรวมปัจจุบัน(phase 1 และ2)คลอบคลุมพื้นที่กว่า 70,000 ตารางเมตร ส่วนที่เหลืออีก 5,800 ตารางเมตรจะเป็น พื้นที่จัดงานประชุมและคอนเวนชั่นขนาด 5,800 ตารางเมตร เจ้าของโครงการ : บริษัท ภิรัชบุรี จำกัด ขนาดพื้นที่ : 37,800 ตารางเมตร (เฉพาะเฟส2) งบลงทุน :6,000 ล้านบาท เป้าหมาย : ต้องการเป็นศูนย์นิทรรศการและการประชุมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลกภายในปี 2563 ปี 2559- เปิดตัว CentralPlaza Bangnaโฉมใหม่ Central แห่งนี้ถูกปรับโฉมมาแล้วหลายครั้ง เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในปี 2536 ในชื่อ ”เซ็นทรัลซิตี้ บางนา” จากนั้นในปี 2544 มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารภายใน เปลี่ยนชื่อเป็น “เซ็นทรัลพลาซา บางนา” และล่าสุดปี 2559 ถือเป็นการปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท สร้างสรรค์พื้นที่รองรับกลุ่มลูกค้าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่สร้างความคิดสร้างสรรค์ Think Space B2S , ลานพื้นที่ออกกำลังกายแทมโพรีน BOUNCEinc , พื้นที่ Supermarket รูปแบบ Central Food Hall เป็นต้น รวมทั้ง Pororo AquaPark Roof Top Water Park ขนาด 10,000 ตารางเมตร ภายใต้งบลงทุน 400 ล้านบาท เจ้าของโครงการ : กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ขนาดพื้นที่ : 340,000 ตารางเมตร งบลงทุน : 1,200 ล้านบาท แนวคิด : The Best Thing Happens at Bangna สิ่งที่ดีที่สุดเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลาที่บางนา ปี 2559- ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฟส 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2549 มีแนวโน้มการใช้บริการไปในทางที่ดีมาตลอด ดังนั้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รองรับเที่ยวบินได้มากขึ้นเป็น 98 เที่ยวบิน/ชั่วโมง (จากเดิม 68 เที่ยวบิน/ชั่วโมง) พร้อมทั้ง รองรับการใช้บริการของผู้โดยสาร 60 ล้านคนต่อปี (จากเดิมที่ 45 ล้านคนต่อปี ) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จึงได้ดำเนินการโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฟส 2 ปัจจุบันได้จัดการประกวดเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว 3 สัญญา ทั้งนี้ คาดว่า 4สัญญาที่เหลือ จะเปิดการประกวดราคาในปี 2560 นี้ ปี 2560 - Mega Bangna ประกาศยกระดับสู่ "Mega City" Mega Bangna เปิดบริการเมื่อปี 2555 เป็นห้างสรรพสินค้าแนวราบ (อาคารสูง2ชั้น) ระดับภูมิภาคแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่กลุ่มลูกค้าไม่น้อย และล่าสุดก็ได้ประกาศพัฒนาพื้นที่ให้เป็น "Mega City" ในรูปแบบ Mixed-use Development ครอบคลุมการใช้ประโยชน์สอยพื้นที่หลากหลาย ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย โรงแรม ฯลฯ โดยแบ่งออกเป็น phase 1 ในส่วนของร้านค้า , ลาดจอดรถ , โซน Entertainment, Leisure, Sport, Education ภายใต้งบลงทุนราว 2,000 ล้านบาท ส่วน phase2 จะเป็นการพัฒนาส่วนของโรงแรม 2 แห่ง ภายใต้งบลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท คาดว่าโรงแรมแห่งแรกจะเริ่มก่อสร้างในปี 2561 เจ้าของโครงการ : เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ ขนาดพื้นที่ : 400 ไร่ งบลงทุน : 67,000 ล้านบาท แนวคิด : Mixed-use Development ราคาที่ดิน ราคามือสองตลาดแนวราบ “แขวงบางนา”กับ”ตำบลบางแก้ว” แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงปรับโฉมของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่กล่าวมาข้างต้น ย่อมสร้างความครึกครื้นให้กับทำเลบางนาได้ไม่น้อย กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างศักยภาพให้แก่พื้นที่ย่านนี้ อย่างนี้แล้ว ลองมาสำรวจทางฝั่งผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยกันบ้าง เชื่อว่าหลายคนอาจกำลังสนใจเรื่องราวของราคาที่ดินและตลาดแนวราบตลอดเส้นถนนบางนา-ตราดว่าขณะนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง TerraBKK Research ได้ทำการสุ่มสำรวจที่ดินและตลาดแนวราบภายใต้ขอบเขต 2 พื้นที่ ได้แก่ แขวงบางนา และ ตำบลบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ พบข้อมูลดังนี้ ราคาที่ดิน สำหรับราคาที่ดินตลอดแนวถนนบางนา-ตราด ตั้งแต่แยกบางนา(แขวงบางนา)ไปบรรจบวงแหวนรอบนอก(ตำบลบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ) ยังพบที่ดินแปลงน้อยใหญ่กระจายตัวทั่วพื้นที่ โดยบริเวณ แขวงบางนา ขนาดที่ดินช่วง 200 ตารางวา-4 ไร่ มักประกาศขายอยู่ในช่วงราคา 72,500-170,000 บาทต่อตารางวา ขึ้นอยู่กับทำเลที่ดินแปลงนั่นๆ ขณะที่บริเวณถัดมาใน ตำบลบางแก้ว พบประกาศขายราคาที่ดินเเตะหลักแสนต่อตารางวาบ้างในพื้นที่ใกล้โครงการเมกะบางนา แต่โดยรวมแล้ว ราคาที่ดินจะถูกกว่าแขวงบางนาไม่น้อย เฉลี่ยประกาศขายราว 48,000- 83,000บาทต่อตารางวา ขนาดที่ดินเฉลี่ย 200 ตารางวา-7ไร่ กระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนบัวนครินทร์ ที่มีจุดเด่นที่สามารถตัดผ่านทะลุถนนสายหลักได้หลากหลายสาย เช่น ถนนบางนา-ตราด ,ถนนหนามแดง-บางพลี หรือเชื่อมต่อถนนศรีด่าน22 ตัดออกถนนศรีนครินทร์ เป็นต้น มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดความเจริญและการพัฒนาที่ดินเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โครงการจัดสรรแนวราบ อย่างที่ทราบว่า บางนาเป็นหนึ่งทำเลรองรับพื้นที่อยู่อาศัยด้านตะวันออกของกรุงเทพ เดิมทีก็สามารถพบหมู่บ้านขนาดใหญ่ดั่งเดิมในพื้นที่ ส่วนใหญ่ตั้งอยุ่ในพื้นที่ตำบลบางแก้ว หลากหลายระดับราคา เช่น หมู่บ้านปรีชา หมู่บ้านเอื้อพัฒนานิเวศน์ หมู่บ้านเลคไซด์วิลล่า เป็นต้น สำหรับโครงการใหม่ที่เปิดขายขณะนี้ พบได้หลากหลายแบรนด์ สำหรับบางนา พบได้ที่ ถนนสรรพวุธ เช่น โครงการเดอะ ซิตี้ สุขุมวิท-บางนา ของแบรนด์AP ราคาขายกว่า 10 ล้านบาท ขนาดที่ดิน 53 -85ตารางวา เป็นต้น ถนนศรีนครินทร์ใกล้แยกศรีลาซาล เช่น Nara Botanic ศรีนครินทร์ ของแบรนด์ Narai Property ราคาขาย 50-99 ตร.วา ราคาขายกว่า 10 ล้านบาทเช่นกัน ขณะที่บริเวณถัดออกมาอย่าง ตำบลบางแก้ว เห็นความคึกคักของตลาดบ้านแนวราบอย่างชัดเจน ทั้งประเภทบ้านเดียวและทาวน์เฮาส์ สำหรับบ้านเดียว ผู้ประกอบมาแรง เห็นจะเป็น แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และ พฤกษา ที่มีจำนวนราว 4-5โครงการในบริเวณใกล้เคียงกัน โครงการของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ เช่น นันทวัน บางนา กม 7 ราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท, มัณฑนา บางนา กม.7 ราคาเริ่มต้น 9.09 ล้านบาท , ชัยพฤกษ์ บางนา กม.7 ราคาเริ่มต้น 6.79 ล้านบาท และ มัณฑนา ศรีนครินทร์-บางนา ราคาเริ่มต้น 5.79 ล้านบาท เป็นต้น โครงการของพฤกษา เช่น เนเชอร่า บางนา กม.5 ราคาเริ่มต้น 5.35 ล้านบาท , เดอะ แพลนท์ ศรีนครินทร์ - หนามแดง ราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท, ภัสสร ไพรด์ ศรีนครินทร์-หนามแดง ราคาเริ่มต้น 3.85 ล้านบาท เป็นต้น สำหรับทาวน์เฮ้าส์ หลากหลายแบรนด์ดังและแบรนด์ท้องถิ่น ส่วนใหญ่จับกลุ่มลูกค้าระดับราคา 2-6 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอย 110-214 ตารางเมตร เช่น โฮมออฟฟิศและทาวน์โฮม โครงการบ้านชญาดา@เวิร์ค (ศรีนครินทร์-บางนา) ของแบรนด์ SWAN ESTATE ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านกว่าบาท เป็นต้น แต่ก็พบบางโครงการลักษณะโฮมออฟฟิศติดถนนบางนา-ตราด ราคาขายสูงกว่าตลาดทั่วไป เช่น PLEX BANGNA ของ Real Asset ราคาเริ่มต้นขณะนี้ 5.99 ล้านบาท เป็นต้น ตลาดแนวราบมือสอง หากเป็นบริเวณ แขวงบางนา ประเภทบ้านเดี่ยว ราคาขายเฉลี่ย 6.7-17.5 ล้านบาท ขนาดที่ดินเฉลี่ย 50-120 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเฉลี่ย 190-380 ตารางเมตร ราคาเช่าเฉลี่ย 17,000 - 50,000 บาทต่อเดือน ประเภททาวน์เฮ้าส์ ราคาขายเฉลี่ย 2.9-4.5 ล้านบาท ขนาดที่ดินเฉลี่ย 18-30 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเฉลี่ย 110-195 ตารางเมตร ราคาเช่าเฉลี่ย 10,000 - 30,000 บาทต่อเดือน ขณะที่พื้นที่ถัดมา ตำบลบางแก้ว ประเภทบ้านเดี่ยว ราคาขายเฉลี่ย 4.5-9.9 ล้านบาท ขนาดที่ดินเฉลี่ย 55-110ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเฉลี่ย 175-300 ตารางเมตร ราคาเช่าเฉลี่ย 12,000 - 75,000 บาทต่อเดือน ประเภททาวน์เฮ้าส์ ราคาขายเฉลี่ย 2-3.5 ล้านบาท ขนาดที่ดินเฉลี่ย 17-24 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเฉลี่ย 110-165 ตารางเมตร ราคาเช่าเฉลี่ย 10,000 - 32,000 บาทต่อเดือน ทั้งหมดนี้ อาจกล่าวได้ว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ถนนบางนา-ตราดได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ในแบบชัดๆ ด้วยภาพรวมสิ่งปลูกสร้างเด่นดังในย่านบางนา ไม่ว่าจะเป็นโครงการเมกะโปรเจคภาครัฐ โครงการลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งการพัฒนาทีดินประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ สะท้อนให้เห็นความเจริญที่เข้ามาในพื้นที่บางนาและการขยายตัวทางที่อยู่อาศัยได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีอีก 2โครงการเมกะโปรเจค ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง นั้นคือ The Bangkok mall และ โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (Light Rail Transit) สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่แม้ขณะนี้ยังไม่ได้ลงเสาเข็มก่อสร้างอย่างเป็นทางการ แต่ทุกคนก็ทราบดีถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นอนาคตในไม่ช้า หลังจากนี้ “บางนา” อาจกลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่ในอนาคตก็เป็นได้ TerraBKK Research ขอปิดท้ายบทความด้วย 2 โครงการเมกะโปรเจค ที่กำลังรอคอย The Bangkok mall ภายใต้คอนเซ็ป City within the city โครงการสร้างกระแสให้ย่านบางนากลับมาครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง ต้องยกให้ฝั่ง เดอะมอลล์ กรุ๊ป ประกาศพัฒนาที่ดินเนื้อที่กว่า 100 ไร่ จัดทำ The Bangkok mall ขนาดพื้นที่ 650,000 ตารางเมตร ด้วยงบลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด City within the city ครอบคลุมรูปแบบให้บริการทั้งด้านศูนย์การค้า ที่พักอาศัย สำนักงาน โรงภาพยนตร์ ศูนย์แสดงสินค้า(Exposition Hall) และสวนน้ำ( Water Park) มีแผนจะสร้างเสร็จประมาณปี 2018 นอกจากนี้ ยังมีกระแสออกมาอีกว่าจะมีพื้นที่ปล่อยเช่าราว 7.5 ไร่ให้แก่ บขส. เพื่อเป็น “สถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออก” แทนสถานีขนส่งเอกมัย แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนในขณะนี้ เจ้าของโครงการ : เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขนาดพื้นที่ : 650,000 ตารางเมตร งบลงทุน : 20,000 ล้านบาท แนวคิด : City within the city โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (Light Rail Transit) สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (Light Rail Transit) สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง15.3 กม. 12 สถานี และอีก 2 สถานีเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ระยะทาง 3 กม.) คือ สถานีมหาวิทยาลัยเกริก และสถานีสุวรรณภูมิ ซึ่งอาจมีการพิจารณาเพิ่มอีก 1 สถานี เชื่อมการเดินทางข้ามแยกบางนาไปที่ถนนสรรพาวุธ ทั้งนี้ ล่าสุดทางคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) รับเรื่องที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้เสนอผลการศึกษาแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 2 ขณะนี้อยู่ระหว่างทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นำข้อมูลไปประเมินความเหมาะสม ทั้งนี้ รถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (Light Rail Transit) สามารถรอบรับผู้โดยสารประมาณ 15,000-30,000 คน/ชม./ทิศทาง เชื่อว่าจะสร้างความคล่องตัวในการเดินทางของคนใช้บริการในพื้นที่บางนาได้อย่างแน่นอน --#tt บทความโดย : TerraBKK เคล็ดลับการลงทุน TerraBKK ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก #terramore
การพัฒนาพื้นที่ในเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันนั้นเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเราจะเห็นได้ว่าหน้าตาของทิวทัศน์ภายในเมือง จะถูกเพิ่มเติมด้วยตึกสูงและอาคารขนาดใหญ่ที่มีการใช้ประโยชน์หลากหลายเป็นจำนวนมาก โดยทำเลที่ TerraBKK Research มองว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพมากในช่วงเวลานี้ คือช่วงทำเลรอยต่อระหว่าง CBD และ New CBD อย่างช่วง อโศก-พระราม9 โดยได้พิจารณาจากปัจจัยในหลายๆด้าน นั่นคือ ทิศทางของนโยบายจากภาครัฐในการพัฒนาเมือง อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ลักษณะการวางผังเมืองรวมกรุงเทพฯนั้น จะกำหนดให้พื้นที่ชั้นในของเมืองหรือ CBD มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเข้มข้นที่สุด ดังจะเห็นได้ว่ามีตึกสูงและศูนย์การค้าขนาดใหญ่กระจุกตัวอยู่ภายในเมือง ตรงส่วนกลางของผังเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินสีแดงเพื่อพาณิชยกรรมและการใช้ประโยชน์ที่ดินสีน้ำตาลเพื่อที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ซึ่งเป็นข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีศักยภาพสูงที่สุด ซึ่งบริเวณ ทำเลอโศก-พระราม 9 นั้นก็มีลักษณะของการใช้ประโยชน์ที่ดินลักษณะนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้น จากทิศทางและแนวโน้มของการพัฒนาผังเมืองรวมกรุงเทพฯและผังภาคกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำเนินการโดยกองผังเมือง กรุงเทพมหานครและกรมโยธาธิการและผังเมืองที่มี แนวความคิดของผัง (Concept of Growth) เป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ การปรับการใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในกรุงเทพฯให้ กระชับ มากขึ้น (Compact City) นั่นหมายความว่า จะเน้นการเพิ่มศักยภาพพื้นที่เมืองชั้นในให้มีการใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการแผ่ขยายออกไปในพื้นที่รอบนอก ซึ่งจากแนวคิดเบื้องต้นของผังภาคกรุงเทพฯ จะมีการแบ่งกลุ่มพื้นที่เพื่อกำหนดการพัฒนาไว้ 6 ย่าน นั่นคือ ย่านอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว […]

เยี่ยมชมโครงการ

เคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์ เชื่อมติดชีวิตเมือง 15 นาทีถึงทองหล่อ คอนโดไฮไรส์ 38 ชั้นแห่งเดียว บนทำเลแห่งอนาคต ติดบีทีเอสทิพวัล 0 เมตร เพียง 1 สถานีจากอินเตอร์เชนจ์สำโรง เคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์ เชื่อมติดชีวิตเมือง 15 นาทีถึงทองหล่อ คอนโดไฮไรส์ 38 ชั้นแห่งเดียว บนทำเลแห่งอนาคต ติดบีทีเอสทิพวัล 0 เมตร เพียง 1 สถานีจากอินเตอร์เชนจ์สำโรง ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำเลฝั่งตะวันออกของกรุงเทพ กลายเป็นโลเคชั่นที่มีอัตราความเจริญเติบโตต่อเนื่อง แค่ไม่ได้ย่างก้าวไปฝั่งนั้นสัก 1-2 ปี ก็อาจจำอะไรต่อมิอะไรไม่ได้ซะแล้ว เพราะมีอาคาร ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารเก๋ๆ ผุดขึ้นแบบรัวๆ ทั้งหมดนี้มีปัจจัยหลักมาจากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางหรือรถไฟฟ้านั่นเอง พิสูจน์ได้จากแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงฝั่งนนทบุรี ที่มีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างหนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มาถึงล่าสุดกับการเปิดให้บริการสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายเพิ่มขึ้นช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการอย่าง “สถานีสำโรง” ซึ่งในอนาคตสถานีแห่งนี้จะเป็นอินเตอร์เชนจ์ (Interchange) ของรถไฟฟ้าสองสาย นั่นคือ “สายสีเขียว” และ “สายสีเหลือง” ทำให้ปัจจุบันทำเลสำโรงจึงเป็นโลเคชั่นที่มีความคึกคักและพร้อมเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยศักยภาพในการเข้าถึงพื้นที่ใจกลางเมืองมากที่สุด อีกทั้งยังมีราคาที่อยู่อาศัยถูกกว่าช่วงสถานีอื่นๆ อีกด้วย “เทพารักษ์-สำโรง” จุดเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ หากนึกภาพกันไม่ออก ทำเลสำโรงนั้นมีลักษณะคล้ายกับทำเลปุณณวิถีและอุดมสุข นั่นคือเป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลการขยายตัวของประชากรฝั่งสุขุมวิทตอนต้น มีการผสมผสานระหว่างชาวไทยและต่างชาติ ทำให้เกิดไลฟ์สไตล์เกาะติดแนวเส้นรถไฟฟ้า เพื่อเข้าถึงพื้นที่สุขุมวิทตอนต้นได้ ไม่เพียงเข้าเมืองง่าย แต่บริเวณโดยรอบของทำเลสำโรง ยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ไปจนถึงศูนย์การค้าที่หลากหลาย รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองครบครันไม่ต่างจากทำเลบางนาและสุขุมวิทตอนต้นเลยทีเดียว […]
UNIO H Tiwanon คอนโดมิเนียมบนทำเลคลื่นลูกใหม่ เพียง 100 เมตรจาก MRT แยกติวานนท์ ความเรียบหรูในคอนเซ็ปต์ “LIVE IN SYNC” ต่อติด…ชีวิตในแบบคุณ ในราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท พิเศษ ลงทะเบียนวันนี้ รับส่วนลดเพิ่มอีก 10,000 บาท ฟรีทันที UNIO H Tiwanon คอนโดมิเนียมบนทำเลคลื่นลูกใหม่ เพียง 100 เมตรจาก MRT แยกติวานนท์ ความเรียบหรูในคอนเซ็ปต์ “LIVE IN SYNC” ต่อติด…ชีวิตในแบบคุณ ในราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท พิเศษ ลงทะเบียนวันนี้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10,000 บาท ฟรีทันที ประสบความสำเร็จจากลูกค้ากลุ่มคนทำงานและข้าราชการ ที่ให้ความสนใจทันทีที่เปิดให้เข้าชมในรอบ VIP เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สำหรับ UNIO H Tiwanon (ยูนิโอ เอช ติวานนท์) คอนโดมิเนียมไฮไรส์ ของเฮลิกซ์ บริษัทในเครือ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โดยพร้อมเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2560 UNIO H Tiwanon ถือเป็นคอนโดมิเนียมไฮไรส์ในตระกูล UNIO ที่มีการพลิกโฉมใหม่ ยกระดับดีไซน์ มอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในคอนเซ็ปต์ […]
เดอะทรี จรัญสนิทวงศ์ 30 อัญมณีแห่งทำเลจรัญฯ เชื่อมต่อทุกการเดินทางฝั่งตะวันตก ตอบรับความพรีเมี่ยม และ ไพรเวต ให้ชีวิตคนทำงาน-บุคลากรการแพทย์-นักเรียนนักศึกษามีความสมดุลที่สุด ที่ผ่านมามักจะพูดถึงทำเลสำคัญใจกลางเมือง หรือโลเคชั่นฝั่งตะวันออก จนอาจทำให้หลายๆ คนมองข้ามทำเลฝั่งตะวันตกที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน หนึ่งในนั้นคือ จรัญสนิทวงศ์ ศักยภาพจรัญสนิทวงศ์ ความคึกคักที่ไม่ควรมองข้าม ทุกวันนี้หากวิเคราะห์จากลักษณะผังเมือง จรัญสนิทวงศ์ ถือเป็นย่านที่มีความหนาแน่นตั้งแต่ต้นถนนไปจนถึงสุดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเลยทีเดียว ทำให้คาดการณ์ได้ว่าทําเลนี้เป็นทําเลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรจากฝั่งกรุงเทพฯ และ CBD จากการสำรวจจะเห็นได้ว่าตามแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ มีคอนโดมิเนียมประเภทไฮไรส์ขึ้นอยู่มากมาย อีกทั้งคอนโดมิเนียมอีกหลายแห่งที่อยู่ในช่วงก่อสร้าง ไปจนถึงอาคารพาณิชย์ในรูปแบบห้างร้านขนาดใหญ่และหนาแน่นมากขึ้นช่วงแยกบางพลัดมาจนถึงแยกไฟฉาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งงานสําคัญ และหนึ่งในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศ ดังเช่นโรงพยาบาลศิริราช แถมยังเป็นทําเลที่เหล่าผู้ปกครองและนักศึกษามาฝังตัวในสถานศึกษาฝั่งพระนคร อาทิเช่น โรงเรียนราชินี, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เป็นต้น แยกไฟฉาย ฮับการเดินทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะช่วงแยกไฟฉาย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่บริเวณแยกบรมราชชนนีตามแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ ไปจรดตรงแยกไฟฉาย ถือได้ว่าเป็นโซนคมนาคมสำคัญของถนนเส้นนี้ เนื่องจากใกล้จุดเชื่อมต่อ Interchange ของรถไฟฟ้าถึง 3 สาย นั่นคือ สายสีแดงอ่อน, สายสีส้ม และสายสีน้ำเงิน ที่สถานีบางขุนนนท์ อีกทั้งยังมีแยกบรมราชชนนีและถนนพระราม 8 ที่สามารถดึง Traffic เข้ามาสู่ทําเลได้ ประกอบกับการเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง โรงพยาบาลศิริราช รวมถึงโรงพยาบาลธนบุรี บ่อยครั้งบุคลากรในโรงพยาบาลเหล่านี้ มักเลือกทําเลนี้เป็นตัวเลือกแรกของที่อยู่อาศัยหลักหรือเป็นบ้านหลังที่สองไปโดยปริยาย […]
พาทิโอ รามอินทรา ติดถนนใหญ่ ใกล้ 5 แยกวัชรพล Grand Opening 27-28 พ.ค.นี้ เริ่ม 4.89 ล้าน* พาทิโอ รามอินทราติดถนนใหญ่ ใกล้5แยกวัชรพล Grand Opening 27-28 พ.ค.นี้ เริ่ม 4.89 ล้าน* ทำเลรามอินทราได้ขึ้นแท่นของการเป็นทำเลแห่งที่อยู่อาศัยชั้นดีไปแล้ว ด้วยการที่มีโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบที่เปิดตัวในทำเลนี้อย่างต่อเนื่องมากว่าสิบปี ประกอบกับทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ส่วนต่อขยายจากรามอินทราไปยังถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก เพิ่มความสะดวกในการเดินทางสำหรับผู้ที่ทำงานภายในเมือง โดยเฉพาะในทำเลพระราม9, เอกมัย ไปจนถึงพระราม4 ซึ่งหากใครที่เคยได้เดินทางไปแถวรามอินทราจะพบว่าโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก รามอินทรา ที่อยู่อาศัยชั้นดี ที่ไม่ได้มีแค่ทำเล สำหรับการอยู่อาศัย นอกจากในเรื่องทำเลซึ่งเป็นสิ่งที่ควรต้องนำมาพิจารณาเป็นปัจจัยหลักแล้ว สภาพแวดล้อม (neighborhood) ของทำเลก็เป็นเรื่องที่ควรต้องหยิบยกมาด้วย สำหรับคนที่พิถีพิถันในการใช้ชีวิต ย่อมต้องการที่จะถูกแวดล้อมด้วยเพื่อนบ้านและสังคมชั้นดี สำหรับทำเลรามอินทราที่เป็นแหล่งของที่อยู่อาศัยแนวราบอย่างทาวน์โฮมและบ้านแฝดที่มีระดับราคาที่ 2-3 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวที่มีราคาเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาท ซึ่งแสดงถึงกำลังซื้อของผู้ที่อาศัยอยู่ในทำเลแห่งนี้ว่าเป็นกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ โดยยังสามารถเดินทางเข้าออกเมืองได้อย่างสะดวกด้วย ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ หรือทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย ย่านใจกลางเมืองที่สำคัญ อีกทั้งยังมี ทางพิเศษศรีรัช และ ถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก อีกด้วย ทำเลที่ตอบสนองคนชอบใช้ชีวิต ชีวิตที่สมดุลคือชีวิตที่สามารถทำทุกอย่างที่ต้องการได้อย่างมีแบบแผน และที่อยู่อาศัยที่ดีคือที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ โดยในทำเลรามอินทรานั้นแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะเข้ามาตอบสนองความต้องการของคนทำงานรุ่นใหม่ที่เข้าใจและให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิต โดยศูนย์การค้าใหญ่ๆที่สามารถเดินทางได้สะดวกสบายในทำเล ได้แก่ เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสวิลล์, แฟชั่นไอส์แลนด์, […]
10 ข้อดี Kave Condo ความสุข…แค่ก้าวข้าม EIA APPROVED 10 ข้อดี Kave Condo ความสุข…แค่ก้าวข้าม EIA APPROVED จะดีแค่ไหนถ้ามี condo สักห้อง ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เหมาะกับการเก็งกำไรบนทำเลสุดคุ้ม หรือจะอยู่อาศัยก็ดี โดยเฉพาะ Kave condo ที่ได้รับการอนุมัติ EIA เป็นที่เรียร้อยแล้ว ดาวรุ่งมาแรงในย่าน “รังสิต” ปัจจุบันย่านรังสิตไม่ได้เป็นเรื่องเกษตรกรรมอีกแล้ว แต่พลิกโฉมพื้นที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรม แหล่งค่าส่งบริการ ขนาดใหญ่รวมทั้งสถานศึกษาชั้นนำระดับแนวหน้า เหมาะกับการเป็นที่อยู่อาศัยและน่าลงทุนอย่างยิ่ง เพราะเป็นพื้นที่เชื่อมต่อคมนาคมที่สำคัญระหว่างเมืองหลวงและรอบนอกที่น่าจับตา มาดูกันว่าเหตุผลใดทำไม Kave condo ถึงน่าจับจอง พื้นที่โดยรอบโครงการ Kave Condo 10 ข้อดี Kave Condo ตลาดแหล่งงาน ใกล้นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ถือเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ เป็นแหล่งรวมคนทำงานตั้งแต่ระดับบริหารไปจนถึงแรงงานหลายหมื่นคน ใกล้แหล่งการศึกษา โซนรังสิต ถือเป็นแห่งรวมมหาวิทยาลัยชั้นนำไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ แหล่งรวมนักศึกษาและบุคลากรนับหมื่นคน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ใกล้เพียงแค่เดินข้ามสะพานลอย ก็จะถึง ม.กรุงเทพ ถือว่าสะดวกสบาย เหมาะกับการลงทุนอย่างยิ่ง […]
ที่สุดของความสมบูรณ์แบบกับชีวิตในเมือง Brown Condo PHAHOL 67 สะดวกทุกการเดินทาง ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ติดสถานีสายหยุด ด้วยการตอบโจทยก์ารใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดีแบรนด์ “BrownCondo” ปลอ่ยโครงการแรกที่รัชดา 32 แล้วประสบผลสำเร็จเเป็นอย่างดีมียอดขายโครงการถึง 80% จึงได้มาพัฒนาโครงการภายใต้ชื่อ แบรนด์ Brown Condo อีกครั้งในย่าน พหลโยธนิ 67 ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ สไตล์ Modern Vintage บวกกับ Facilities ที่ให้ความครบครันและติดทำเลทองคือใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวติดสถานีสายหยุดจากทางขึ้นสถานีเพียง 100 เมตร ทำให้ Brown Condo Phahol 67 เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างงแท้จริง โครงการ Brown Condo PHAHOL 67 Brown Condo PHAHOL 67 อยู่บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ สูง 8 ชั้น จำนวน 174 ยูนิต เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ชีวิต โครงการอยู่ติดแหล่งอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ใกล้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลลาดพร้าว, บิ๊กซี สะพานใหม่, […]

โครงการใหม่และข่าวประชาสัมพันธ์

ต่างชาติยังเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาฯเมืองไทย ทริลเลียน โกลบอล กลุ่มทุนสิงคโปร์ ทุ่มเงินกว่า 1,600 ล้านบาทลงทุนต่อเนื่องในโครงการคอนโดมิเนียมของสิงห์ เอสเตท ประเดิมด้วยโครงการดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ทริลเลียน โกลบอล บริษัทด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากสิงคโปร์ ซึ่งมีพอร์ตการลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย และยุโรป เชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย จับมือ บมจ. สิงห์ เอสเตท ลงทุนต่อเนื่องในโครงการคอนโดมิเนียมที่พัฒนาโดยสิงห์ เอสเตท รวมมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท นายวิลเลียม โลค กรรมการผู้จัดการ ทริลเลียน โกลบอล กล่าวว่า “เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน ในขณะที่ราคาอสังหาฯ ในไทยยังมีมูลค่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เราจึงมองเห็นโอกาสการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ซึ่งน่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคต ทริลเลียนฯ เริ่มเป็นพันธมิตรกับ บมจ. สิงห์ เอสเตท ด้วยการลงทุนซื้อห้องชุดในโครงการดิ เอส อโศก คอนโดมิเนียม (Big Lot) เป็นที่แรก ใช้เงินลงทุนมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท และได้รับผลตอบรับดีมาก หลังจากที่บริษัทฯ ได้นำโครงการฯ ไปโรดโชว์ในหลายๆ ประเทศในแถบเอเชีย อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์ ล่าสุดเราจึงตัดสินใจลงทุนเพิ่มในโครงการ ดิ […]
เอสซี แอสเสท จัดแคมเปญ โปรอยู่หมัด เป็นใครก็ต้องคว้าให้อยู่มือ โครงการ เซ็นทริค ห้วยขวาง สเตชั่น คอนโดพร้อมอยู่ ติด MRT พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ 3-4 มิ.ย นี้ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญพิเศษ โปรอยู่หมัด เป็นใครก็ต้องคว้าให้อยู่มือ โครงการ เซ็นทริคห้วยขวาง สเตชั่น คอนโดพร้อมอยู่ ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีห้วยขวาง เพียง 120 เมตร ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท พบข้อเสนอสุดคุ้ม ราคาดีเว่อร์ ฟรีทุกอย่าง*! ได้แก่ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ฟรีเงินกองทุนส่วนกลาง ฟรีค่าส่วนกลาง ฟรีตกแต่งครบพร้อมเฟอร์นิเจอร์ และ ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า 6 รายการ วันที่ 3-4 มิ.ย.นี้ ณ สำนักงานขายโครงการ รายละเอียดเพิ่มเติมโทร 1749 หรือ www.scasset.com ขอบคุณข้อมูลจาก www.scasset.com #terramore
เลือกชีวิต…บรรเจิด ที่ Notting Hill Sukhumvit 105 โครงการที่ยกอังกฤษมาไว้ในซอยลาซาล โดยออริจิ้น เลือกชีวิต…บรรเจิด ที่ Notting Hill Sukhumvit 105 โครงการที่ยกอังกฤษมาไว้ในซอยลาซาล โดยออริจิ้น หากเอ่ยถึง ดีเวลลอปเปอร์ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการเลือกทำเลตามแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบราง ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ที่มีแนวคิดการออกแบบโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ (Uniqueness Project Design) รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและลงตัวสอดรับกับวิถีชีวิตของคนเมือง (Best Function of Unit Plan Design) ต้องมีชื่อของ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) รวมอยู่เป็นลำดับต้นๆ เพราะโครงการคอนโดมิเนียมทุกโครงการของออริจิ้น จะมีคอนเซ็ปต์ชัดเจน และสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี โครงการ Notting Hill Sukhumvit 105 (น็อตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105) โดยล่าสุดกับโครงการบนทำเล สุขุมวิท 105 ภายใต้ชื่อ Notting Hill Sukhumvit 105 (น็อตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105) ที่เกาะกลุ่มคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า […]
มาร์ค สุขุมวิท 39 ตั้งศาลพระภูมิ ตอกย้ำความพร้อมเข้าอยู่ คุณจำเริญ พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร นำทีมผู้บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานในตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่ โครงการ มาร์ค สุขุมวิท (Marque Sukhumvit) บริหารการพัฒนาโครงการ โดยบริษัท เมเจอร์ เรสซิเด้นส์ จำกัด ทั้งนี้โครงการ มาร์ค สุขุมวิท คอนโดมิเนียมระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ภายใต้การตกแต่งแบบ เมทโทรลักซ์ บนทำเลที่สะดวกที่สุดบนถนนสุขุมวิท เพียง 90 เมตรจากสถานี BTS พร้อมพงศ์ รวมมูลค่ากว่า 6,500 ล้านบาท โดยจะเริ่มโอนและพร้อมให้เข้าอยู่เร็วๆนี้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.marquesukhumvit.com หรือ โทร. 02-262-1111 ขอบคุณข้อมูลจาก marquesukhumvit.com #terramore
ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป รุกตลาดอสังหาฯ ทุ่มกว่า 4 พันล้านบาท เปิดตัว เนรมิตร Jin Wellbeing County “เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ” ที่สุดของการใช้ชีวิตครบวงจรแห่งแรกของไทย ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ลุยผุดเมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ Jin Wellbeing County – จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ โครงการที่พักอาศัยที่เพียบพร้อมไปด้วยสิงอำนวยความสะดวก ด้านไลฟ์สไตล์และบริการด้านสุขภาพครบวงจรแห่งแรกของเมืองไทย ภายใต้แนวคิด “เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ” ทุ่มงบกว่า 4,400 ล้านบาท พัฒนาเฟสแรก ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุ ที่ยังมีพลังในการใช้ชีวิตและครอบครัว น.พ.บุญ วนาสิน น.พ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลงทุนในโครงการบนพื้นที่กว่า 140 ไร่ ภายใต้ชื่อ บริษัท พรีเมี่ยม เฮลท์แคร์ จำกัด จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เป็นโครงการที่ลงทุนกว่า 4,400 ล้านบาท โดยเล็งเห็นศักยภาพของตลาดที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากปัจจุบันที่มีจำนวนผู้สูงอายุสูงถึง 11.2 ล้านคน หรือ 17.1% และคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปี […]
LPN แฮปปี้ “ลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ” ยอดขายตามเป้า เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จากการเปิดขาย “ลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ” สร้างยอดขาย 251 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า857 ล้านบาท จากจำนวนห้องชุดทั้งหมด 491 ยูนิต คิดเป็น 51% ผลสำเร็จครั้งนี้เกิดจากคุณค่าผลิตภัณฑ์ (Product Value) ตามแนวคิด “Serenity in the city” ความสุขสงบทางจิตใจ ให้ความรู้สึกของบ้านที่อบอุ่น ด้วยการออกแบบให้มีพื้นที่พักผ่อนแทรกอยู่ในทุกส่วนของโครงการอย่างกลมกลืนด้วยจำนวนยูนิตที่เป็นส่วนตัว, New LPN Design ห้องชุดโปร่ง โล่ง สบาย, การกำหนดขนาดพื้นที่ห้องชุดตรงใจลูกค้า, ศักยภาพทำเลย่านอนุสาวรีย์และ“ชุมชนน่าอยู่สำหรับคนทุกวัย” อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้าที่ยังคงสนใจโครงการดังกล่าว LPN ยินดีมอบส่วนลดพิเศษ 15 % ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2560 สำหรับขนาด 1 ห้องนอน ราคา 3.99 […]

Hot Topics

10 วิธี นอนหลับ สบายในหน้าร้อน แบบไม่เปิดแอร์ 10 วิธี นอนหลับ สบายในหน้าร้อน แบบไม่เปิดแอร์ ช่วงนี้แม่บ้าน Sanook!Home หลายคนถึงกับทำปากคว่ำ เมื่อเห็นใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าตอนสิ้นเดือน เพราะค่าไฟสูงทุบสถิติจากเดือนก่อนๆ ไปหลายร้อยบาท ก็อากาศร้อนปรอทแตกขนาดนี้ จะให้ทนอุดอู้อยู่ในบ้าน หรือในห้องนอนแบบไม่เปิดแอร์ มีหวังสิ้นชีพ หลังจากกลุ้มใจกับค่าไฟบ้านมาหลายเดือน แม่บ้าน Sanook!Home ก็เกิดไอเดี
กรุงเทพโพลล์ เผยชาวบ้านมั่นใจ คสช. ปฏิรูปสำเร็จ ชี้ 3 ปีชาติพัฒนาเล็กน้อย หวังเคร่งใช้ กม. กรุงเทพโพลล์ เผยชาวบ้านมั่นใจ คสช. ปฏิรูปสำเร็จ ชี้ 3 ปีชาติพัฒนาเล็กน้อย หวังเคร่งใช้ กม. กรุงเทพโพลล์ เผยชาวบ้าน 40.9% ชี้ 3 ปี คสช.ประเทศพัฒนาขึ้นเล็กน้อย 50.1% หวังปฏิรูปบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด เป็นธรรม 56.4%มั่นใจจะทำสำเร็จ วันนี้ (27 พ.ค.) กรุงเทพโพลล์ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โ
10 ธุรกิจทำเงิน ที่สามารถทำได้หลังเลิกงาน 10 ธุรกิจทำเงิน ที่สามารถทำได้หลังเลิกงาน ตามปกติแล้วถ้าใครทำงานประจำแล้ว ก็อาจจะไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือถ้าใครเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วก็ไม่คิดจะมาทำงานประจำ และสำหรับพนังงานประจำบางคนก็มีคำถามในใจว่า จะลาออกเมื่อไหร่ดี? เพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองซะเหลือเกิน อยากเป็นเจ้านายตัวเอง อยากเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ตัวเองปลูกมันขึ้นมา เราจึงรวบร
พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ใหม่ มาตรา14 ยังกดหัวประชาชนอยู่หรือไม่ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ใหม่ มาตรา14 ยังกดหัวประชาชนอยู่หรือไม่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (ฉบับที่ 2) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา หลังจากได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาครบ 120 วันแล้ว ว่ากันว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ออกมาแทนฉบับเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งมีปัญหาในการบังคับใช้มากมาย โดยเฉพ
อารมณ์ ความคิด และความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเงิน อารมณ์ ความคิด และความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเงิน เชื่อไหมคะ ว่าความเครียดทางการเงินในเชิงลบ ส่งผลกระทบต่อการทำงานเป็นอันดับต้น ๆ เลย ทั้งนี้จากการวิจัยล่าสุดจาก Willis Towers Watson แสดงให้เห็นว่า 59% ของพนักงานจะรู้สึกเครียดในที่ทำงานเนื่องจากความกังวลเรื่องเงิน ดังนั้น วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงนำบทความเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านอารมณ์ ความคิด และ
.
Close