ข้อพิพาทใน งานก่อสร้าง
SHARE :

571 views

8/11/2015

Recommended

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย “แม่เจ้าพระยา” ก็ยังคงเป็นไฮไลท์สำคัญของกรุงเทพมหานคร ด้วยความที่แม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ ทั้งในด้านการเดินทางและวิถีชีวิต เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งไลฟ์สไตล์ รวมร้านอาหาร โรงแรมชั้นเลิศ และคอนโดมิเนียมอีกหลายโครงการ เรียงรายริม 2 ฝั่งเจ้าพระยา วันนี้ TerraBKK ขอจัดอันดับโครงการคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังเปิดขายอยู่ในปัจจุบัน โดยไล่เรียงตามลำดับความสูง (ชั้น) ของตัวอาคาร เริ่มต้นกันที่ คลิกเพื่อขยาย อันดับที่ 1 : Four Seasons Private Residences Bangkok at Chao Phraya River (โฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์) คอนโดมิเนียมหรูริมเแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงเป็นอันดับ 1 ด้วยความสูง 73 ชั้น จากบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ Four Seasons Hotel & Resorts ขนาดพื้นที่ใช้สอย ตั้งแต่ […]

28 Chidlom ที่สุดของส่วนผสมคอนโดมิเนียม ลิมิเตด ลักชัวรี่ คอลเลคชั่น จาก เอสซี แอสเสท บนทำเลซูเปอร์ไพร์มของเมืองไทย ได้ชื่อว่าเป็น ท็อป 5 ซูเปอร์ ไพร์มโลเคชั่นของเมืองไทย ที่หาที่อยู่อาศัยแบบ Freehold (กรรมสิทธิ์ขาด) ยากที่สุดของกรุงเทพฯ สำหรับย่าน “ชิดลม” สุดยอดทำเลดึงดูดโครงการซูเปอร์ไฮเอนด์มารวมไว้บนทำเลเดียวกัน ครบทุกมิติการใช้ชีวิตมิลเลียนแนร์ ด้วยคุณลักษณะเด่นที่ผสมผสานคุณสมบัติความเป็นศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของประเทศ (CBD) และเป็นแหล่งช้อปปิ้งระดับไฮเอนด์ของเมืองไทย จึงเป็นแลนด์มาร์คยอดนิยมของเหล่าเศรษฐีและนักธุรกิจต่างชาติ ที่สำคัญยังเป็นโลเคชั่นไม่ไกลจากปอดคนกรุงอย่างสวนลุมฯ และราชกรีฑาสโมสร อันเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เหลือเพียงไม่กี่แห่งใจกลางเมือง ทั้งหมดนี้ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ “ชิดลม” ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในกรุงเทพมหานคร อย่างที่ทราบดีว่า “ชิดลม” เป็นจุดศูนย์กลางความเจริญแถวหน้าของเมืองไทย ซึ่งหากมองให้ลึกในเชิงรายละเอียด ย่านนี้คือ “Super High-End Surrounding” เพราะแวดล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งระดับหรูและโรงแรม 5 ดาว อันเป็นเครื่องยืนยันความเป็นซูเปอร์พรีเมียมของทำเลนี้ ที่ผ่านมาจึงมักเห็นการพัฒนาโครงการไฮเอนด์ระดับชาติบนแลนด์มาร์กนี้เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าอย่าง เซ็นทรัล ชิดลม ไล่เรียงไปจนถึง เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, เซ็นทรัลเวิลด์, เอราวัณ, เกสร […]

เดอะทรี สุขุมวิท 71-เอกมัย ต่อติดชีวิตไม่ตกเทรนด์ บนทำเลสุดยอดไลฟ์สไตล์ ในราคาไม่ไกลเกินเอื้อม เริ่ม 1.69 ล้านบาท* การเติบโตของที่ดินบริเวณถนนสุขุมวิทนั้น เปรียบได้กับเด็กแรกเกิดที่มีพัฒนาการเจริญเติบโตดีเลิศ เพราะหากลองย้อนดูการพัฒนาทั้งในแง่ของความเป็นย่านเศรษฐกิจชั้นนำระดับ Luxury, การเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ และการเป็นที่อยู่อาศัยของสังคมคุณภาพ องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนต่อส่วนเติมเต็มพื้นที่บนถนนสุขุมวิทได้อย่างน่าสนใจและก้าวกระโดดที่สุด ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ สุขุมวิทเอง ก็เป็นทำเลทองที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายต่างช่วงชิงโอกาสของการเข้าครอบครองที่ดินบริเวณนี้ จนไม่เหลือที่ดินให้พัฒนามากนัก การขยายตัวของการพัฒนาที่อยู่อาศัยจากย่านถนนสุขุมวิท จึงเริ่มเปิดกว้างออกไปมากยิ่งขึ้น ซึ่งบริเวณพระโขนงเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าสนใจ ราคาเฉลี่ยแตะประมาณ 170,000-250,000 บาทต่อตารางเมตร เลยทีเดียว ศักยภาพผังเมืองกรุงเทพมหานครบนทำเลสุขุมวิท 71 อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนด้านศักยภาพที่ดินของทำเลพระโขนง โดยเฉพาะช่วงบริเวณคลองตันเหนือที่แยกคลองตัน เป็นอีกหนึ่งทำเลมีศักยภาพด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินสูง โดยอยู่ในข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบสีแดงเพื่อการพาณิชยกรรม หรือ พ.3 (FAR 7:1, OSR 4.5) ซึ่งสามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม เป็นต้น ซึ่งจะกล่าวได้อย่างง่ายว่า พื้นที่ช่วงทำเลนี้มีศักยภาพเทียบเท่ากับบริเวณปากซอยสุขุมวิท 77 ซึ่งมีราคาสูงกว่าเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีแนวโน้มสูง ที่จะเกิดการพัฒนาอาคารที่มีขนาดใหญ่พิเศษที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านพาณิชยกรรม ซึ่งจะยิ่งทำให้สามารถเพิ่มพูนศักยภาพและมูลค่าของที่ดินในบริเวณนี้ได้มากขึ้นในอนาคต สุขุมวิท 71 […]

โดย คุณวิสิฐ อัจฉยานนท์กิจ

งานก่อสร้าง ทั่วไปประกอบด้วยบุคคล 3 ฝ่าย คือผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างเหมาก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานก่อสร้างหรือวิศวกร ที่ปรึกษาทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้าง โดยมีแบบก่อสร้าง รายละเอียดวัสดุและวิธีการก่อสร้าง (Specification) และสัญญาเป็นกติกาในการดำเนินการก่อสร้าง

ผู้เกี่ยวข้องข้างต้นต่างมีภาระรับผิดชอบในโครงการ โดยผู้ว่าจ้างต้องมอบพื้นที่และอุปกรณ์บางอย่างตามที่ตกลงไว้ในสัญญาให้แก่ผู้รับจ้างภายในกำหนดเวลา และต้องจ่ายเงินค่างานตามงวดงานที่ได้ตกลงกันไว้ เพื่อให้ ผู้รับจ้างมีสภาพคล่องที่จะทำงานให้เสร็จตามเป้าหมาย ส่วนผู้รับเหมาต้องจัดทำแผนการทำงานก่อสร้างให้เหมาะสมกับอายุสัญญาและมีขั้นตอน ขบวนการก่อสร้างที่สอดคล้องต่อเนื่อง และมีความเป็นไปได้ตามขั้นตอนและฤดูกาล ให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบ ให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มทำงานก่อสร้าง จัดหาเครื่องมือ เครื่องจักรอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง เข้ามาทำงานตามแผนงานที่วางไว้ โดยก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบและข้อกำหนดด้วยวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพ จัดทำรายงานและเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นระหว่างก่อสร้างแล้วเสนอต่อผู้ควบคุมงานและผู้ว่าจ้าง เพื่อทราบและให้ความเห็นชอบ

ส่วนของผู้ควบคุมงานมีหน้าที่ตรวจสอบแบบข้อกำหนดและสัญญา เพื่อที่จะควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามรูปแบบข้อกำหนดและสัญญา ตรวจสอบแผนดำเนินงานของ ผู้รับจ้างและให้ข้อแนะนำที่จำเป็น เพื่อให้งานก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นและแล้วเสร็จภายในอายุสัญญา ผู้ควบคุมงานเป็นผู้แทนของผู้ว่าจ้างในการกำกับดูแลงานก่อสร้าง ให้ข้อแนะนำเพื่อให้งานก่อสร้างออกมาดีมีคุณภาพที่สุด รายงานผลการควบคุมงานให้แก่ผู้ว่าจ้างทราบ และตรวจสอบปริมาณและผลงานที่ผู้รับจ้างทำแล้วเสร็จ เพื่อทำการเบิกจ่ายค่างานให้แก่ผู้รับจ้างต่อไป ถ้าต่างฝ่ายต่างทำตามภาระหน้าที่ของตนอย่างสม่ำเสมอและซื่อสัตย์ งานก่อสร้างน่าจะไปได้อย่างราบรื่นปราศจากปัญหาอุปสรรคหรือข้อพิพาทต่างๆ

แบบก่อสร้างโดยทั่วไปแม้จะได้ถูกออกแบบมาโดยวิศวกรที่เชี่ยวชาญและผ่านการตรวจสอบมาอย่างดี บางครั้งก็ยังมีปัญหาให้ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขแบบเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ก่อสร้าง หรืออุปสรรคที่ไม่คาดคิดมาก่อนที่เกิดขึ้นระหว่างก่อสร้างได้ การปรับปรุงแก้ไขแบบก่อสร้างจึงเป็นเรื่องปกติที่ย่อมเกิดขึ้นได้ในทุกโครงการ ดังจะเห็นได้จากบล็อกหัวข้อในแบบที่มีช่องรายการปรับปรุงแบบและช่องลงนามวิศวกรผู้ปรับปรุงแก้ไขแบบไว้ด้วย ข้อกำหนดวัสดุและวิธีการก่อสร้างย่อมให้ทางเลือกไว้ด้วยเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน แต่ต้องเลือกเอาสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อทั้งเจ้าของงานและผู้รับเหมาโดยที่ยังมีผลงานก่อสร้างที่มีคุณภาพและมั่นคงแข็งแรงเหมือนที่แบบกำหนดไว้

สัญญาก่อสร้างที่คู่สัญญาลงนามต่อกันไว้นั้นโดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 3 หมวด คือหมวดแรกกำหนดลักษณะและขอบเขตของงานจ้าง ซึ่งเป็นรายละเอียดว่าจ้างให้ทำการก่อสร้างงานอะไร ปริมาณเท่าไร ที่ไหน วงเงินค่าก่อสร้างเท่าไร กำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดสัญญา เป็นต้น หมวดที่สองเป็นการกำหนดความรับผิดชอบหรือภาระผูกพันของสัญญา (Obligation) ของฝ่ายต่างๆ และส่วนสุดท้ายเป็นเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดให้คู่สัญญาต้องปฏิบัติตามในการทำงานจ้างครั้งนี้ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างไม่มีใครอยากให้มีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้น เพราะมันจะนำมาซึ่งข้อพิพาทและการโต้แย้งทำให้การทำงานร่วมกันไม่ราบรื่น ไม่มีความสุขกับงาน แต่อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าปัญหาอุปสรรคย่อมเกิดขึ้นได้ จะมากน้อยรุนแรงเพียงใดขึ้นกับเหตุการณ์ สถานการณ์และสภาพของพื้นที่ทำงานร่วมทั้งวิธีการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยทั่วไปข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทในงานก่อสร้างมักจะวนเวียนอยู่ในเรื่องต่างๆ ดังนี้

1. แผนดำเนินงานของผู้รับจ้าง โดยแผนงานนั้นจัดทำมาไม่เหมาะสมไม่สมจริงสอดคล้องกับการจัดหาเครื่องจักร วัสดุ และบุคลากร ไม่ถูกตามขั้นตอนการทำงานที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน หรือไม่เหมาะสมกับฤดูกาล การใช้ผู้รับเหมาช่วง ในงานเฉพาะ เช่นงานระบบต่างๆ ไม่เหมาะสมกับแผนงานหลัก ไม่ได้พิจารณาเผื่อสำหรับปัญหาอุปสรรคด้านฤดูกาล เช่นหน้าฝน หน้าน้ำหลาก หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่สำคัญประจำปี ตลอดจนวัฒนธรรมท้องถิ่น
2. การมอบพื้นที่และอุปกรณ์บางส่วนตามข้อตกลงสัญญาที่ผู้ว่าจ้างต้องจัดหามาให้ไม่เป็นไปตามกำหนดเวลา เกิดความล่าช้า ต้องมีการขยายอายุสัญญา
3. แบบก่อสร้างไม่สมบูรณ์ มีการปรับแก้ไขบ่อยๆ เสียเวลารอการแก้ไขแบบ และเสียค่าใช้จ่ายไปโดยเปล่าประโยชน์ระหว่างรอการแก้ไข ยิ่งถ้าเป็นโครงการที่ใช้สัญญาแบบ Design Build แล้ว จะยิ่งมีปัญหามาก
4. การประเมินราคาค่างานคลาดเคลื่อน การใช้แรงงานและการเร่งรัดงานของผู้ว่าจ้างนอกเหนือจากที่กำหนดในสัญญา ทำให้ผลงานก่อสร้างมีปัญหาด้านคุณภาพจากการเร่งรัดงานเกินไป หรือการใช้วัสดุเทียบเท่าที่ด้อยกว่า
5. ผู้รับเหมาไม่มีคุณภาพหรือศักยภาพในการบริหารจัดการงานก่อสร้าง และขาดประสบการณ์หรือไม่มีความรู้ ด้านระเบียบราชการในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
6. ผลงานล่าช้าอันเป็นผลกระทบจากผู้รับเหมารายอื่นๆ ในโครงการเดียวกัน กรณีที่เป็นงานใหญ่มีหลายระบบงาน และใช้ผู้รับเหมาแยกสัญญากัน

การแก้ปัญหาหรือการโต้แย้งต่างๆ ตั้งแต่ต้นด้วยน้ำใจมุ่งดีต่อกัน ย่อมทำให้งานก่อสร้างดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและรักษาน้ำใจกันไว้ ไม่เกิดการขัดแย้งหรือทำให้ข้อพิพาทรุกลามบานปลายออกไปมากขึ้น แนวทางในการบรรเทาหรือลดข้อพิพาทให้เบาบางหรือน้อยลงสามารถทำได้ โดย

1.ร่วมหารือกันขณะทำงานและมีปัญหาเกิดขึ้น เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคนั้นทันที
2.การประชุมประจำสัปดาห์ weekly site meeting เพื่อทำความเข้าใจและร่วมกันระดมความคิดเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ
3.ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานอย่างละเอียด เพื่อหาข้อบกพร่องและเหตุแห่งข้อพิพาท เพื่อทำการประนีประนอมและร่วมกันแก้ไขอย่างเสมอภาคกัน
4.ใช้อนุญาโตตุลาการ (Arbitration) เพื่อพิจารณาหาข้อยุติที่ดีที่สุดของข้อพิพาท
5.ดำเนินการฟ้องร้องทางศาลตามกระบวนการยุติธรรม

อนุญาโตตุลาการ (Arbitration) หมายถึงขบวนการระงับข้อพิพาทโดยบุคคลที่ 3 ที่ทำหน้าที่เป็นกลางในการเป็นผู้ชี้ขาดหลังจากรับฟังและให้โอกาสคู่กรณีพิพาทเสนอข้ออ้างและข้อโต้เถียงของตน โดยคณะอนุญาโตตุลาการมักเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่เกิดการพิพาทกัน ขบวนการอนุญาโตตุลาการมีบัญญัติไว้ในกฎหมาย 2 ฉบับ คือ

1. กฎหมายแพ่ง ส่วนใหญ่จะเน้นการใช้อนุญาโตตุลาการเมื่อเรื่องไปถึงชั้นศาลแล้ว เรียกว่าอนุญาโตตุลาการในศาล โดยปกติไม่ค่อยนิยมใช้กัน เพราะเมื่อเรื่องฟ้องร้องไปถึงศาลแล้วก็มักปล่อยให้ศาลเป็นผู้พิจารณาไปเลยตามกระบวนการยุติธรรม
2. พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นการยืนยันหลักการยอมรับวิธีการอนุญาโตตุลาการนอกศาล คือคู่กรณีเมื่อเกิดข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาท ต้องนำเสนอข้อพิพาทนั้นต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณาชี้ขาดแทนการนำคดีขึ้นสู่ศาลโดยตรง(ทั้งนี้ต้องมีการระบุไว้ในสัญญาว่าให้แก้ไขข้อพิพาทด้วยอนุญาโตตุลาการด้วย) หากมีการฟ้องร้องต่อศาลโดยตรงโดยไม่ผ่านขบวนการอนุญาโตตุลาการ อีกฝ่ายมีสิทธิ์ยื่นต่อศาลขอให้จำหน่ายคดีหรือถอนฟ้องได้

ข้อดีของการใช้ขบวนการอนุญาโตตุลาการ
1. ใช้เวลาน้อยกว่าขบวนการทางศาล และอาจทำให้ความลับของบริษัทต้องถูกเปิดเผยในระหว่างการพิจารณาคดี เกิดผลเสียต่อธุรกิจของบริษัทได้
2. ต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ มาก ทั้งค่าธรรมเนียมศาล ค่าทนายความ ค่าพยาน และอื่นๆ
3. ศาลไม่ค่อยมีความเข้าใจลึกซึ้งในลักษณะของงานก่อสร้าง และอาจไม่เข้าใจถึงสาเหตุและเหตุผลในการทำการต่างๆ ในงานก่อสร้าง
4. การพิจารณาของศาลมักใช้กฎหมายเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงจารีตประเพณีทางการค้าและอื่นๆ ในการทำธุรกิจการค้า
5. ถ้าเป็นการพิพาทกับบริษัทต่างชาติ จะเกิดปัญหาการใช้ภาษาและความระแวงในเรื่องความยุติธรรมที่อาจมีการลำเอียง
6. เมื่อถึงชั้นศาลแล้ว คู่กรณีต้องต่อสู้กันเต็มที่ถึงขั้นแตกหัก ทำให้ไม่อาจทำธุรกิจร่วมกันอีกต่อไปได้ในอนาคต

เมื่อคู่สัญญาเกิดข้อพิพาทขึ้นและไม่สามารถประนีประนอมกันได้ จำเป็นต้องใช้ขบวนการอนุญาโตตุลาการก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอนการดำเนินการด้านอนุญาโตตุลาการ ดังนี้

1. ต้องเป็นสัญญาที่ระบุไว้ให้ใช้อนุญาโตตุลาการในการพิจารณาข้อพิพาท และต้องเป็นข้อพิพาทในทางแพ่งเท่านั้น
2. ต่างฝ่ายต่างเลือกอนุญาโตตุลาการของฝ่ายตน โดยทางการมีรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะทำหน้าที่อนุญาโตฯ ในสาขาอาชีพต่างๆ ไว้ให้เลือก และต้องมีหนังสือยินยอมรับเป็นอนุญาโตฯ จากคนที่ถูกเลือก และต้องมีอนุญาโตฯ ที่เป็นกลางที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบอีก 1 คน โดยคณะอนุญาโตตุลาการมักมีจำนวนเป็นเลขคี่
3. คู่กรณีมีสิทธิ์คัดค้านอนุญาโตฯ หากเห็นว่าผู้นั้นไม่อิสสระ หรืออาจไม่ยุติธรรมโดยคณะอนุญาโตฯ จะเป็นผู้พิจารณาการคัดค้านดังกล่าว
4. อนุญาโตฯ ไม่ต้องรับผิดชอบทางแพ่งในการทำตามหน้าที่ เว้นแต่จะกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหาย
5. อนุญาโตฯ ถ้ามีการเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อการพิจารณานี้ จะถูกจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
6. การพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการจะทำ ณ ที่ใดก็ได้ขึ้นกับความสะดวกเหมาะสมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การพิจารณาข้อพิพาทนั้นคณะอนุญาโตตุลาการจะพิจารณาถึงข้ออ้างข้อชี้แจงของทั้งสองฝ่าย และอาจเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลหรือขอดูเอกสารต่างๆ ได้ แล้วทำการตัดสินข้อพิพาท โดย

1. ถ้าคู่กรณีสามารถประนีประนอมยอมกันได้ ก็ให้ยุติข้อพิพาทนั้นเสีย
2. ต้องเป็นเสียงข้างมาก อนุญาโตตุลาการท่านใดที่ไม่อยู่พิจารณาต้องมีหมายเหตุกำกับไว้ในคำตัดสินนั้นด้วย
3. คำชี้ขาดต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อคณะอนุญาโตตุลาการ โดยลงนามเฉพาะเสียงข้างมากก็พอเพียงแล้ว และต้องระบุวันและสถานที่ที่ดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ แล้วส่งสำเนาถึงคู่พิพาททุกฝ่าย
4. การแก้ไขข้อผิดพลาดบางอย่างในหนังสือชี้ขาด ทำได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำชี้ขาด
5. การขัดค้านคำชี้ขาด สามารถกระทำได้ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ที่ระบุไว้

เมื่อคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาชี้ขาดไปแล้ว คำชี้ขาดนั้นถือว่าเป็นที่สุด จะอุทธรณ์ไม่ได้นอกจากว่า

1. การทำตามการชี้ขาดขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
2. คำชี้ขาดนั้นฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน
3. คำสั่งไม่ตรงตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
4. มีการทำความเห็นแย้งไว้ในคำพิพากษา

หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเห็นว่าการพิจารณาชี้ขาดนั้นไม่ยุติธรรม ก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ การยื่นอุทธรณ์ให้ยื่นต่อศาลฎีกา หรือศาลปกครองสูงสุดแล้วแต่กรณี

การบังคับให้เป็นไปตามคำชี้ขาดนั้นก็เป็นหน้าที่ของคู่กรณีที่จะทำให้เกิดการบังคับให้เป็นไปตามคำชี้ขาด โดยต้องยื่น ต่อศาลที่มีอำนาจ ได้แก่

1. ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
2. ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาค
3. ศาลที่มีการพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการในเขตศาล
4. ศาลที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล
5. ศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาข้อพิพาทซึ่งได้เสนอต่ออนุญาโตตุลาการนั้น

อย่างที่กล่าวไว้แต่ต้นแล้วว่าการไม่มีข้อพิพาทเลยเป็นการดีที่สุด แต่เพื่อความไม่ประมาท และเพื่อให้มีข้อมูลไว้พิจารณาแก้ไขปัญหาหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น จะได้ใช้ข้อมูลต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ โดยควรดำเนินการดังนี้

1. การติดต่อกันระหว่าผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างหรือผู้ควบคุมงาน ในเรื่องที่สำคัญๆ ควรทำเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐาน
2. เก็บรายงานการปฏิบัติงานประจำวัน ประจำสัปดาห์ของช่างควบคุมงานและวิศวกรสนาม รวมทั้งรายงานความก้าวหน้าของผลงานด้วย
3. เก็บบันทึกการประชุมทุกครั้ง โดยเฉพาะ weekly site meeting
4. ต้องมีเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่ในการดูแลปัญหาข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นตลอดอายุโครงการ
5. การเปลี่ยนแปลงปรับปรุงแก้ไขแบบ และรายการก่อสร้างรวมทั้งสัญญาที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในงานจ้าง ต้องให้ทนายความตรวจสอบทบทวนก่อนทุกครั้ง
6. มีการติดตามผลการดำเนินงานจริงเทียบกับแผนงานที่วางไว้แต่แรก

เมื่อได้เตรียมการข้อมูลต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นอย่างดีสม่ำเสมอตลอดเวลาโครงการ หากเกิดข้อพิพาทขึ้น การนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ต่ออนุญาโตตุลาการจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

1. เสนอรายงานการปฏิบัติงานจ้างให้ดูง่าย เข้าใจง่าย
2. มีการเตรียมข้อมูลและข้อโต้แย้งไว้อย่างดี นำเสนอได้ทันทีเมื่อต้องการใช้
3. สัญญามีการตีความและจัดเรียงลำดับไว้อย่างดี
4. มีการประสานงานกันอย่างดีระหว่างทีมโต้แย้งซึ่งประกอบด้วย ที่ปรึกษาด้านการโต้แย้ง (Claim) ทนายความ และวิศวกรสนาม
5. ผู้บริหารระดับสูงสนับสนุนการทำงานของทีมโต้แย้งอย่างจริงใจ

แต่อย่างที่ผู้รับเหมาหลายๆ รายเคยกล่าวไว้ การเป็นความกับหน่วยราชการหรือเจ้านายผู้ว่าจ้างนั้น ยอมกินขี้หมาดีกว่า ถึงขนาดเปรียบเปรยอย่างประชดประชันว่า ผู้ควบคุมงานเปรียบเหมือนส้นตีน ผู้รับเหมาเปรียบเหมือนยอดหญ้าที่ต่ำต้อยติดดิน ส้นตีนเหยียบบนหญ้าเมื่อไรหญ้าก็ตายราบ ดังนั้นถ้าสามารถร่วมมือกันทำงานด้วยจิตมุ่งหวังดี ซื่อสัตย์ในวิชาชีพ เป็นธรรม ยอมประนีประนอมกัน งานก่อสร้างก็จะออกมาดี ทุกฝ่ายมีความสุข สบายใจ และยังเดินร่วมกันบนถนนสายอาชีพนี้ด้วยกันได้ต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก :

แอชตัน สีลม ขาย 7,000,000 บาท
ขาย/ให้เช่า คอนโด The Muse สุขุมวิท 64/2 ราคาถูก ใกล้ BTS ปุณณวิถี เฟอร์ครบ พร้อมอยู่หรือลงทุน ขาย 4,200,000 บาทเช่า 19,000 บาท/เดือน
โครงการ Ideo S93 ขาย 130,000 บาท/ตร.ม.
Aspire Sukhumvit 48 two bedrooms for rent or sale ขาย 6,000,000 บาทเช่า 28,000 บาท/เดือน

Result of 5 + 6 =
หากเป็นสมาชิกเว็บไซต์อยู่แล้ว สามารถกรอกเพียง Email และ Password

(ดูความคิดเห็นทั้งหมด)

นิตยสาร Builder Vol.24 OCTOBER 2015 เรื่อง: ณัฐพล สุทธิธรรม ที่ปรีกษาสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย และคณะอนุกรรมการโครงสร้างเหล็ก สมาคมวิศวกรรมสถานแห่ง ประเทศไทย การทาสีป้องกันสนิม เป็นวิธีที่นิยมใช้ในทางปฏิบัติทั่วไปในงานก่อสร้างภายในประเทศ เพราะเป็นวิธีที่สามารถดำเนินงานได้โดยสะดวก ไม่ซับซ้อนในทางปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ดีความรู้ความเข้าใจทางด้านระบบสี (Painting System) เพื่อให้ได้สมรรถนะตามระดับการใช้งานที่เจ้าของงานต้องการ (เช่น ต้องการให้โครงสร้างมีอายุใช้งานได้กี่ปื เป็นต้น) ผู้ออกแบบงานโครงสร้างในประเทศเองก็ยังไม่มีมาตรฐานงานสีของสถาบันหรือหน่วยงานทางวิชาการใดในประเทศไทยที่สามารถนำไปอ้างอิงใช้ในทางปฏิบัติได้ ความรู้และความเข้าใจทางด้านสีป้องกันสนิมให้กับโครงสร้างเหล็กจึงยังเป็นศาสตร์ที่ค่อนข้างจำกัดอยู่ในหมู่นักวิชาการและผู้ผลิตสีป้องกันสนิมเฉพาะกลุ่มเท่านั้น อันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อผู้ออกแบบโครงสร้างเหล็ก ที่จะเลือกใช้ระบบสีได้อย่างถูกวิธีตามสมรรถนะการใช้งานที่ต้องการ ทั้งยังส่งผลต่อเนื่องถึงความไม่มั่นใจในความทนทานของการใช้งานโครงสร้างเหล็ก รวมไปถึงการเกิดคำถามและข้อสงสัยมากมายที่เกี่ยวเนื่องกับอายุการใช้งานของโครงสร้างเหล็กที่ใช้ระบบสีป้องกันสนิมที่แตกต่างกันออกไป ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็ยังคงมีคำตอบค่อนข้างคลุมเครืออยู่ ดังนั้นหากพิจารณาทำความเข้าใจกับระบบสีกันสนิมได้อย่างครอบคลุมเพียงพอ ก็จะทำให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมั่นใจ ผู้ออกแบบจึงควรทำความเข้าใจกับลักษณะและองค์ประกอบของสีกันสนิมแต่ละประเภทเสียก่อน รวมไปถึงรู้ถึงมาตรฐานงานสีป้องกันสนิมตามมาตรฐานต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลด้วย โดยองค์ประกอบของสีเคลือบนั้น ประกอบไปด้วย 1.เนื้อสี (Pigment) ซึ่งประกอบไปด้วย 1.1 Inhibitive Pigment มีหน้าที่หลัก คือ ไปสร้างผิวเคลือบเชิงป้องกัน (Passive Layer) บริเวณขั้วแอโนด ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผลิตจากส่วนผสมของโลหะธาตุบางประเภท เช่น สังกะสี ตะกั่ว โครเมี่ยม อลูมิเนียมและสารเคมีที่เป็นผลผลิตจากแร่ฟอสฟอรัส ทั้งนี้การนำตะกั่วและโครเมี่ยมมาใช้เป็น Inhibitive Pigment มีจำกัด เพราะสาเหตุหลักทางด้านความเป็นมลภาวะที่ส่งผลต่อมนุษย์นั่นเอง 1.2 Reinforcing Pigment มักถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของเนื้อสี ทำให้สามารถทาได้หนาขึ้น และเพิ่มสมรรถนะของระบบเคลือบป้องกัน ทำให้สีไม่หลุดแตกง่าย ไปเพิ่มความแข็งที่ผิว (Hardness) และกำลังรับแรงดึง (Tensile Strength) ของสี และยังมีหน้าที่ในการช่วยในการประสานกับชั้นของสีที่ทารองพื้นหรือทาทับหน้า 1.3 Color Pigment ทำหน้าที่แต่งเติมสีสันให้พื้นผิวที่ทาเกิดความสวยงามตามต้องการ อีกทั้งยังช่วยปกป้ององค์ประกอบของสีเคลือบบางชนิดจากรังสีอัลตราไวโอเลตของแสงอาทิตย์ได้ด้วย 2. ตัวประสาน (Binder) ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อสีชนิดต่างๆ เข้าด้วยกัน และไปเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะของเนื้อสีกับพื้นผิวที่ทา อีกประการหนึ่งคือ Binder มีส่วนผสมของตัวทำละลาย (Solvent) และสารเพิ่มไหล (Plasticizer) เพื่อให้สามารถทาสีได้ง่ายยิ่งขึ้น ตัวอย่างของ Binder ที่ใช้ทั่วไป ได้แก่ 2.1 น้ำ ปกติจะไม่มีกลิ่นฉุนรุนแรงและแห้งเร็ว เหมาะสำหรับงานทาสีบ้านพักอาศัยและอาคารทั่วไป 2.2 น้ำมัน (Enamel) ให้สีที่มันวาวเมื่อแห้ง การแห้งตัวค่อนข้างช้า ให้ความคงทนถาวรกว่าสีน้ำ แต่ต้องให้ความระมัดระวังสูงเมื่อสีลอกออกเพราะอาจส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมได้ 2.3 อะคริลิก (Acrylic) สารประเภทอีมัลชั่น ที่สามารถผสมกับน้ำได้ แต่มีคุณลักษณะที่ทนน้ำเมื่อสีแห้งตัวลง การแห้งตัวทำได้เร็วกว่าสีน้ำมัน 2.4 พีวีซี (PVC) หรือสีพลาสติกที่เรารู้จักกันทั่วไป มีสมรรถนะทนกรด ทนด่าง และทนน้ำได้ดีพอสมควรสามารถให้ความยืดหยุ่นได้ดี แต่ไม่ทนต่อแสงแดด การขีดข่วน และการกระแทก 2.5 บิทูมินัส (Bituminous) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทที่มีความหนาแน่นสูง เช่น ยางมะตอย (Asphalt) หรือน้ำมันดิบ (Coal Tar) ที่ผสมกับสารละลายอื่น เช่น น้ำมันเบนซิน บิทูมินัสเป็น Binder ที่มีความต้านทานการกัดกร่อนสูง สามารถทาได้ค่อนข้างหนาเนื่องจากมีความหนาแน่นสูง แต่มีสีสันและพื้นผิวไม่สวยงาม 2.6 แลกเกอร์หรือทินเนอร์ (Lacquer of Thinner) เป็น Binder ที่มีสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้ง่ายสูง (Volatile Organic Compound - VOC) เมื่อระเหยแล้วจะเหลือส่วนที่เป็นของแข็ง (Solid) อยู่น้อย 2.7 Chlorinated Rubber Resin ผลิตจากน้ำมันยางธรรมชาติมาปรับสภาพผสมกับคลอรีน 2.8 อัลคิด (Alkyds) เป็น Binder ที่ให้ความเงาสูง สามารถทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ (Oxidization) เพื่อให้เกิดการแข็งตัว สามารถผลิตได้จากน้ำมันพืชบางประเภท เช่น น้ำมันจากเมล็ดฝ้าย (Linseed Oil) ส่วนอีกประเภทหนึ่งเป็นอัลคิดสังเคราะห์ ซึ่งผลิตจากน้ำมันระเหยที่ผ่านปฏิกิริยาเคมีที่สามารถเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Synthetic Resin 2.9 อีพ็อกซี่ (Epoxy) หรือ โพลียูรีเทน (Polyurethane) เป็น Binder ประเภทที่มี Polymer มากกว่า 1 ตัวมารวมกัน และเกิดการเปลี่ยนพันธะใหม่จนไม่อยู่ในสถานะของ Polymer เดิม (เรียกว่าการเกิด Cross Linkage) ที่มีความแข็งแกร่งทนทานต่อสภาวะแวดล้อมได้เป็นอย่างดี หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า อีพ็อกซี่หรือโพลียูรีเทนนี้จะไม่สามารถคืนรูปให้กลับสู่ Polymer ตั้งต้นเดิมได้ภายหลังจากที่เกิดการประสานเป็นพันธะใหม่เรียบร้อยแล้ว และไม่สามารถ Recycle หรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ทั้งนี้แม้ว่าอีพ็อกซี่และโพลียูรีเทน จะมีลักษณะกระบวนการของการแข็งตัวที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็มีความแตกต่างด้านการใช้งาน คือ อีพ็อกซี่จะมีความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อนได้ดี แต่ข้อเสียคือไม่ทนต่อแสงอัลตราไวโอเลต ซึ่งจะทำให้สีของอีพ็อกซี่เปลี่ยนไปจากเดิม ในขณะที่โพลียูรีเทนจะทนต่อแสงอัลตราไวโอเลต แต่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนได้ในระดับปานกลางเท่านั้น ทั้งนี้ชนิดของ Binder ที่ใช้คำเรียกระบบสีมาตรฐาน ISO12944 เช่น Polyurethane Paint, Acrylic Paint, Epoxy Paint เป็นต้น สำหรับคุณสมบัติพื้นฐานของสีแต่ละประเภทนั้น อาจกล่าวได้ว่าสีแต่ละประเภทให้คุณสมบัติตาม Binder ที่มีความเด่นและความด้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน และตามราคาของผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้ออกแบบควรทำการเลือกประเภทของสีที่จะนำมาทาให้กับโครงสร้างเหล็กในแต่ละชั้น ให้สอดคล้องกับลักษณะหรือสภาพแวดล้อมในการรองรับการใช้งานโครงสร้าง เช่น ส่วนของโครงสร้างนั้นอยู่ภายในอาคารหรือภายนอกอาคาร สภาพความเป็นกรด เป็นเกลือ หรืออุณหภูมิการใช้งานเป็นอย่างไร โครงสร้างสัมผัสกับแสงอาทิตย์หรือไม่ ตลอดจนความต้องการ (Demand) ที่จะสงวนรักษาให้โครงสร้างเหล็กสามารถคงสมรรถนะ (Performance) ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการซ่อมบำรุงขนานใหญ่ (Major Repair Work) ซึ่งนอกจากประเภทสีที่ต้องเลือกนำมาใช้และความหนาที่ต้องทา ซึ่งมักจะพิจารณาความหนาเมื่อแห้ง (Dry Film Thickness - DFT) หรือความหนาระบุเมื่อแห้ง (Nominal Dry Film Thickness - NDFT) ในหน่วยไมโครเมตรในแต่ละชั้นแล้ว ยังมีบริบทของขั้นตอนการดำเนินการ การเตรียมพื้นผิว (Surface Treatment) และความสามารถในการเกาะยึดระหว่างพื้นผิวของสีในแต่ละชั้น (Interface Bonding) เช่น สีบางประเภทมีประจุไฟฟ้าใกล้เคียงกับสีบางประเภท ทำให้มีลักษณะของการ ‘ผลักกัน’ มากกว่าจะ ‘ยึดติดกัน’ อันส่งผลต่อความเสียหายที่เรียกว่า การหลุดร่อนระหว่างชั้น (Delamination) และในคราวหน้าเรามาทำความเข้าใจและรู้จักประเภทของสีเคลือบกันต่อนะครับ... ขอบคุณข้อมูลจาก : การป้องกันสนิม ให้กับโครงสร้างเหล็กด้วยการทาสีเคลือบ #terramore
ไฟไหม้บ้าน เหตุการณ์ร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่แล้วมันก็เกิดขึ้นได้ หากยังประมาทและกระทำพฤติกรรมภาวะเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้   TerraBKK ขอเสนอ 7 พฤติกรรม ทำไฟไหม้บ้าน !! แนวทางสำรวจพฤติกรรมตนเอง ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวและบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าเบียดเสียดกัน #terraads เมื่อไม่มีพื้นที่ว่างรอบเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงไม่มีพื้นที่ระบายความร้อนจากการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า เกิดพฤติกรรมเสี่ยงทำ ไฟไหม้บ้าน ได้ ดังนั้น การใช้งานทุกเครื่องใช้ ควรให้ความสำคัญที่เต้าเสียบ และเหนือการนั้นคือสายไฟต่อพ่วง ตรวจสอบการใช้งานของสายต่อพ่วงเครื่องใช้ไฟฟ้าว่าปกติดี ไม่มีสิ่งผิดแปลก และ ควรเว้นระยะที่ตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม ทำครัวแบบประมาท การทำอาหารเป็นเรื่องราวชีวิตประจำวันขิงเหล่าแม่บ้านพ่อบ้าน ที่อาจใช้ความเคยชิน ก่อให้เกิดความประมาทต่อการครัวได้ การเดินออกมาจากห้องครัว ขณะเปิดแก๊สหุงต้ม ปรุงอาหาร เป็นพฤติกรรมเสี่ยง ทำ ไฟไหม้บ้าน ได้ การลุกไหม่เกิดขึ้นได้เพียงใช้เวลาเพียงไม่นาน หากควบคุมเพลิงไม่ทัน ดังนั้น ควรตั้งใจทำครัว เพื่อความอร่อยของอาหาร และความปลอดภัยจากเพลิงไหม้ ปลั๊กพ่วงยุ่งเหยิง การต่อสายเครื่องใช้ไฟฟ้าจากปลั๊กพ่วงมากเกินไป อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ที่สาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้บ้าน ได้ ดังนั้น ควรใช้อุปกรณ์สายต่อที่ได้มาตรฐาน ไม่ต่อสายใช้งานมากเกินไปหรือนานเกินไป ยังใช้งานสายไฟชำรุด […]

เยี่ยมชมโครงการ

ศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม9 คอนโดที่นำคุณใกล้ชิดธรรมชาติ เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ในราคา 2 ล้านต้นๆ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 15-20 ก.พ. นี้ “ศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9″ คอนโดที่นำคุณใกล้ชิดธรรมชาติ เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ในราคา 2 ล้านต้นๆ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 15-20 ก.พ. นี้ คอนโดมิเนียมแห่งใหม่ใน ย่านพระราม 9 หลายแห่ง ชูจุดเด่นทำเล CBD นั่นคือการเป็นถนนธุรกิจสายสำคัญแห่งใหม่ อีกทั้งมีความสะดวกด้านการเชื่อมต่อกับแหล่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ทั้งแหล่งชอปปิ้ง แหล่งงาน และความอุดมสมบูรณ์ของทำเลด้านอาหาร โครงข่ายคมนาคมที่รวดเร็วที่พักอาศัยใช้ความใกล้ทุกการเชื่อมต่อ และ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ก็มองเห็นศักยภาพของทำเลนี้เช่นกัน จึงนำเสนอแนวคิดความลงตัวของการใช้ชีวิตที่รื่นรมย์ ท่ามกลางธรรมชาติ ริมถนนพระราม 9 ที่เดินเพียง 350 เมตรก็ถึงรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม มาบวกกับการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองธุรกิจแหล่งอื่น ด้วยระบบรถไฟฟ้าอีกมากมาย ชูจุดขายการใช้ชีวิตในคอนโดแห่งนี้เป็นเรื่องง่ายและรื่นรมย์อย่างมีสไตล์ ศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9 – Supalai Veranda Rama 9 โดย บริษัท […]
เยี่ยมชมโครงการ บ้านริมสวน ซีนเนอรี่ บางนา-สุวรรณภูมิ เปิดเฟสใหม่ชูบ้านเดี่ยว Scenario 4.3 ล้านบาท เยี่ยมชมโครงการ บ้านริมสวน ซีนเนอรี่ บางนา-สุวรรณภูมิ เปิดเฟสใหม่ชูบ้านเดี่ยว Scenario 4.3 ล้านบาท คนทำงานย่าน บางนา สุวรรณภูมิ และเทพารักษ์ เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ที่กำลังมองหาบ้านอยู่อาศัยเป็นครอบครัวขนาดเล็ก และต้องการบ้านที่มีพื้นที่คุ้มค่า มองหาโครงการ ที่มี Facility พร้อม มีพื้นที่สวน มีสระว่ายน้ำ และพื้นที่วิ่งเล่น โดยมีงบประมาณ ไม่เกิน 5 ล้านบาท บ้านริมสวน ซีนเนอรี บางนา-สุวรรณภูมิ (Baan Rim Suan Scenery) โดยบริษัทสวนหลวงบ้านและที่ดิน จำกัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ทำเลของ โครงการบ้านริมสวน ซีนเนอรี บางนา-สุวรรณภูมิ จัดอยู่ในย่านบางนา เป็นทำเลที่เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ตั้งอยู่ในซอยรัตนพิศาลหรือวัดหลวงพ่อโต ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นซอยใหญ่ที่เป็น จุดเชื่อมต่อระหว่างถนนบางนา-ตราด และถนนเทพารักษ์ อยู่ไม่ไกลจากวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ดังนั้น คนทำงานย่านเทพารักษ์ สมุทรปราการ ก็สามารถเดินทางได้สะดวก สำหรับคนจะเข้าเมืองหรือเดินทางต่างจังหวัด สามารถเดินทางโดยทางด่วนบางนา-อาจณรงค์ […]
วินน์ คอนโด เปิดมุมมองใหม่แห่งการพักอาศัย ตอบรับชีวิตในแบบอีโคไลฟ์ ภายใต้แนวคิด The Urban Eco Life เริ่มต้น 1.49 ล้านบาท* วินน์ คอนโด เปิดมุมมองใหม่แห่งการพักอาศัย ตอบรับชีวิตในแบบอีโคไลฟ์ ภายใต้แนวคิด The Urban Eco Life เริ่มต้น 1.49 ล้านบาท* “โชคชัย 4” อีกหนึ่งทำเลที่นับได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมต่อถนนสายสำคัญไว้หลายเส้น ด้วยการเป็นเส้นทางเชื่อมแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้คนในด้านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก กับแหล่งงานในเมืองให้เดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว จึงสะดวกต่อการเดินทางเข้าเมือง โซนนี้จึงมีศักยภาพการเติบโตที่สูง ผลักดันให้ราคาที่ดินมีมูลค่าเพิ่มตามไปด้วย บวกกับในอนาคตยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง ที่มีสถานีตรง โชคชัย 4 (ลาดพร้าว 53) หน้าศูนย์การค้าโชคชัย 4 พอดี อีกหนึ่งสายสำคัญที่มาเชื่อมต่อกัน ดังนั้นหากรถไฟฟ้าสายใหม่แล้วเสร็จ พร้อมเปิดใช้บริการ ก็จะเข้าช่วยเสริมศักยภาพทำเลในย่านโชคชัย 4 ให้ดียิ่งขึ้น แนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และถ้าหากพูดถึง โชคชัย 4 หลายคนต้องรู้จักเป็นอย่างดีว่าพื้นที่แห่งนี้มีแต่ของอร่อยขึ้นชื่อระดับตำนาน ที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาก็มักจะแวะเวียนลิ้มรสชาติอาหารหลากหลายประเภทตั้งแต่ร้านเล็กๆไปจนถึงระดับภัตตาคารเลยทีเดียว ยกตัวอย่างร้านต้นตำหรับเลื่องชื่อ อย่าง เครปพรพิมล หรือที่รู้จักกันในชื่อ เครปป้าเฉื่อย ร้านเครปชื่อดัง ที่ตอนนี้ขยายสาขาไปหลายต่อหลายสาขา ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนลูกค้าต่างก็ยินดีรอด้วยความที่ไส้เยอะทำให้รสชาติเครปของร้านนี้อร่อยกว่าร้านอื่นๆ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีต้นตำหรับมาจากพื้นที่ที่มีแต่ความอร่อยแห่งนี้ […]
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ใจกลางเมือง เปิดตัวโครงการ Chapter One ECO รัชดา-ห้วยขวาง ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ใจกลางเมือง เปิดตัวโครงการ Chapter One ECO รัชดา-ห้วยขวาง คอนโด High Rise ใกล้ MRT ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยพฤกษา เรียลเอสเตส เนรมิตชีวิตคนเมืองให้ใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบ Scandinavian Design ทำเลรัชดาภิเษก จากแยกพระราม 9 ถึงแยกรัชดาลาดพร้าว ที่ถูกยกให้เป็น New CBD เพราะเป็นศูนย์รวมแหล่งงาน อาคารสำนักงานสำคัญย้ายมาประจำการที่นี่ อาทิ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แห่งใหม่ อาคารยูนิลีเวอร์, AIA Capital Center, CP Tower2, The Super Tower by G LAND รวมไปถึงแหล่งช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เช่น ฟอร์จูนทาวเวอร์, เซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, ตลาดนัดรถไฟ รัชดา และโครงการ […]
RHYTHM SUKHUMVIT 36-38 คอนโดตอบโจทย์คนเมืองพร้อมอยู่! ใกล้ BTS ทองหล่อ คุ้มสุด…กับโปรโมชั่นที่ยากจะปฏิเสธ จอง 50,000 พร้อมเข้าอยู่ RHYTHM SUKHUMVIT 36-38 คอนโดตอบโจทย์คนเมืองพร้อมอยู่! ใกล้ BTS ทองหล่อ คุ้มสุด…กับโปรโมชั่นยากจะปฏิเสธ จอง 50,000 พร้อมเข้าอยู่ เป็นอีกคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่ตั้งอยู่ในโลเคชั่นสุดฮอตที่สุดของกรุงเทพมหานคร สำหรับ RHYTHM SUKHUMVIT 36-38 ภายใต้การบริหารของ เอพี (ไทยแลนด์) ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย เพราะตั้งอยู่ตรงข้ามซอยทองหล่อ จึงเดินทางสะดวกสบายเพียงไม่กี่ก้าวถึงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ทองหล่อ ขับรถสะดวก เพราะทะลุได้ทั้งสุขุมวิทและพระราม 4 แถมใกล้ทางด่วนหลายเส้นทาง อีกทั้งอยู่ใจกลางย่านสตรีตฟู้ด และร้านอาหารมากมาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองโดยแท้ ล่าสุด RHYTHM SUKHUMVIT 36-38 ก่อสร้างแล้วเสร็จมากกว่า 97% พร้อมส่งข้อเสนอสุดพิเศษที่ยากจะปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นห้องStudio 24 ตารางเมตร เริ่ม 3.95ล้าน โอกาสสุดท้ายก่อนปิดโครงการ 1 ห้องนอน  (Combined) 48 ตารางเมตร ราคาเดียว 8.04ล้าน* จอง 50,000 เข้าอยู่ทันที หรือ1 ห้องนอนดีไซน์ใหม่ ลดสูงสุด […]
RHYTHM Asoke 2 คอนโดมิเนียมหรูพร้อมอยู่สไตล์ญี่ปุ่น ใจกลางอโศก-พระราม 9 คุ้มค่าการลงทุนระยะยาว RHYTHM Asoke 2 คอนโดมิเนียมหรูพร้อมอยู่สไตล์ญี่ปุ่น ใจกลางอโศก-พระราม 9 คุ้มค่าการลงทุนระยะยาว แม้จะเปิดตัวมาได้พักใหญ่แล้ว แต่เพราะความได้เปรียบในเรื่องโลเคชั่น New CBD ใจกลางอโศก-พระราม 9 และการออกแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตมัลติฟังก์ชั่น ทำให้ RHYTHM Asoke 2 คอนโดมิเนียมหรูสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงเป็นคอนโดฯ ที่น่าสนใจและน่าจับตามอง เหมาะทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุน โครงการ RHYTHM Asoke 2 โครงการ RHYTHM Asoke 2 เป็นอีกหนึ่งคอนโดมิเนียม ภายใต้การบริหารของ เอพี (ไทยแลนด์) ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย เพราะเข้าใจชีวิตของคนเมืองที่มากกกว่า ที่นี่จึงโดดเด่นเรื่องคอนเซ็ปต์ดีไซน์ในรูปแบบ RHYTHM of Japanese Senses “Engawa Style” เพื่อมอบความรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ด้วยสไตล์การออกแบบและการเลือกใช้วัสดุลวดลายไม้ คัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกกลิ่นอายญี่ปุ่น อย่างบ่อออนเซนบนชั้น 8 ที่ชมทิวทัศน์ใจกลางเมืองได้ 180 องศา โดยเอพียังคงยึดวิสัยทัศน์ “Multiple Connections” เน้นการเลือกสรรทำเลที่มีคาแร็คเตอร์พิเศษที่สามารถมอบคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยได้อย่างครบวงจร […]

โครงการใหม่และข่าวประชาสัมพันธ์

ไซมิสฯ เผยแผนธุรกิจปี 2560 เล็งเปิด 6 โครงการใหม่ตั้งเป้ารายได้ 2,200 ล้านบาท คาดเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯปี 62 ไซมิสฯ เดินหน้าขยายพอร์ต บุกนักลงทุนต่างประเทศ เผยแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี2560 เตรียมเปิดตัว 6 โครงการใหม่ และคาดว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในไตรมาส 1/2562 อย่างไรก็ตามในปี 2559 บริษัทฯ สามารถทำยอดได้ 7,000 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 1,200 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) อีก 5,765 ล้านบาท ปี 2560 ตั้งเป้ารายได้ที่ 2,200 ล้านบาท ปี 2561 ขยับขึ้นไปที่ 5,111 ล้านบาท และคาดว่าจนถึงปี 2564 ยอดรับรู้รายได้จะพุ่งไปถึง 11,094 ล้านบาท นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่า น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ผู้บริโภคสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น มีทั้งกำลังซื้อในประเทศและจากต่างประเทศ แต่เนื่องจากจำนวนคู่แข่งในตลาดมีมากขึ้น แต่ในส่วนของบริษัทฯจะมีความได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนทางการเงินและทีมงานรับเหมาก่อสร้างที่เป็นของตนเอง ทำให้ลดต้นทุนไปได้ถึง 20% […]
เปิดตัวบริษัทใหม่ “เอส พาร์ค ทู” เจาะกลุ่มนิชมาร์เก็ตระดับบน พร้อมส่ง “เดอะเคปเลอร์” บ้านหรูระดับลักชัวรี่ลงตลาด บริษัท เอสพาร์ค ทู จำกัด สบช่องว่างกลุ่มนิชมาร์เก็ตระดับบน พัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบ Customization พร้อมเปิดตัวส่งดาวดวงใหม่ “เดอะเคปเลอร์” (THE KEPLER) บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สูง 4 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 50 ล้านบาท จำกัดเพียง 5 ครอบครัว ในสังคมมีระดับ บนทำเลศักยภาพที่มีลักษณะเป็นไฮบริด ระหว่างความเจริญเติบโตของโซนศรีนครินทร์ และความร่มรื่นของธรรมชาติอย่าง สวนหลวง ร.9 และสวนวนธรรม ลงตลาดเจาะกลุ่มผู้บริหารและเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จและมีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว สานต่อความฝันด้วยมาตรฐาน Intelligent Living ระดับท็อปในบ้านทุกหลัง เสมือนเป็นโลกใบใหม่ในการใช้ชีวิต นางสาวเสาวภาคย์ ถนอมศักดิ์กุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสพาร์ค ทู จำกัด เปิดเผยว่า เอสพาร์ค ทู เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจส่วนตัว และประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยกว่า 20 ปี ซึ่งตนอยู่ในวงการนี้มานาน พบว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ มีความต้องการในที่อยู่อาศัยที่มีเอกลักษณ์และฟังก์ชั่นการใช้งานตามไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ซึ่งโครงการที่อยู่อาศัยในตลาดส่วนใหญ่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบของ […]
อนันดาฯ เผยยอดโอนปี 59 เพิ่มสูงขึ้น 65% ยอดกว่า 15,866 ล้านบาท รุกหนักปี 60 ลุยเปิด 17 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 41,800 ล้านบาท บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โชว์ศักยภาพเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมประกาศมียอดโอนเพิ่มสูงขึ้นถึง 65% ด้วยยอดกว่า 15,866 ล้านบาท โดยปี 2559 เป็นปีที่มียอดโอนสูงสุด ส่งผลให้กำไรสุทธิสูงสุดถึง 1,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน นอกจากนี้บริษัทมียอดขายที่ 25,175 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมาย 21% พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2560 เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 17 โครงการ มูลค่ากว่า 41,841 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตขึ้น 102% ต่อปี พร้อมมียอดโอนที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น 58% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ระยะเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวผลตอบแทน” โดยบริษัทฯ คาดหวังว่ายอดโอนจะเติบโต จาก 9,598 ล้านบาท ในปี 2558 เป็น 42,351 ล้านบาท ในปี […]
เอสซี แอสเสท จับมือ Wonderfruit เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำแนวคิดสังคมแห่งการแบ่งปัน “The Sharing Neighbourhood by SC ASSET” เอสซี แอสเสท จับมือ Wonderfruit เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำแนวคิดสังคมแห่งการแบ่งปัน ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปที่พาวิลเลียน The Sharing Neighbourhood by SC ASSET 16-19 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ เดอะ ฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา กลับมาอีกครั้งกับงาน Wonderfruit 2016 โดยปีนี้ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพทุกระดับราคา ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน Wonderfruit นี้เป็นปีที่ 2 ด้วยการสร้างสรรค์พาวิลเลียนแห่งการแบ่งปัน The Sharing Neighbourhood by SC ASSET ตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างยั่งยืน ไปพร้อมๆ กับสังคมรอบๆ ข้าง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพที่แข็งแรงอันเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ยั่งยืน ภายใต้สโลแกน For Good Mornings “ชีวิตที่ดี มาจากจุดเริ่มต้นที่ดี” […]
ไดอิผนึกเนอวานา ประกาศแผนธุรกิจครั้งแรกชู Living Solution สร้างนวัตกรรมใหม่ให้ในวงการอสังหาฯ ด้วยแผนยุทธศาสตร์ “Beyond Synergy” สร้างบริษัทที่แข็งแกร่งพร้อมรุกสู่ธุรกิจใหม่ บมจ.ไดอิ กรุ๊ป ประกาศแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2560 เน้น Living Solution หลังผนึกเนอวานา เน้นการสร้างนวัตกรรมในการอยู่อาศัย โดยเป็นครั้งแรกที่นำจุดเด่นด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างของไดอิ มาช่วยในการพัฒนาการก่อสร้างของเนอวานา ในขณะเดียวกันนำดีไซน์ที่โดดเด่นของเนอวานามาช่วยพัฒนาสินค้าของไดอิให้น่าสะดุดตามากยิ่งขึ้น พร้อมประกาศเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวในไทยที่มีธุรกิจครบไลน์เรื่องบ้านในวงการอสังหาฯ โดยปัจจุบันผู้บริหารของเนอวานาได้ขึ้นรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไดอิแล้วอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศเปิดตัวใหม่ 3 โครงการมูลค่ารวม 8,500 ล้าน นายศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไดอิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวแนะนำ บมจ.ไดอิ กรุ๊ป พร้อมเผยแผนการดำเนินงานเมื่อรวม 2 บริษัทเข้าเป็นหนึ่งเดียวว่า “บมจ.ไดอิ กรุ๊ป คือ บริษัทที่ทำธุรกิจรับสร้างบ้านในแบรนด์ “ดีจิ” (Deeji) ธุรกิจบ้านสำเร็จรูปในแบรนด์ “กินซ่า” (Ginza) ธุรกิจรั้วบ้าน ในแบรนด์ Fenzer, ธุรกิจกรอบประตู หน้าต่างอลูมิเนียมแบรนด์ ATECH ซึ่งจุดเด่นในการดำเนินธุรกิจของไดอิ คือ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ดี ส่วนธุรกิจของเนอวานานั้น เป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ที่มีดีไซน์โดดเด่น ลงลึกในทุกรายละเอียดของการอยู่อาศัย […]
โครงการใหม่ The Reserve Thonglor “RESERVE YOUR NATURE” พฤกษา เรียลเอสเตท ลุยตลาดคอนโดระดับพรีเมียม บนทำเลทองหล่อ “The Reserve Thonglor 2″ ด้วยคอนเซ็ปต์ “Reserve Your Nature” เพียง 110 ยูนิตเท่านั้น Open House 18 มี.ค. นี้ ราคาเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท หรือ 250,000 บาท/ตร.ม. The Reserve ทองหล่อ คอนโดมิเนียม ระดับพระเมี่ยม โครงการแรกของ พฤกษา ที่จับกลุ่มตลาด High End บนทำเลที่แพงที่สุด ในกรุงเทพมหานคร อย่างต้นซอยทองหล่อ ด้วยคอนเซ็ปต์ที่แตกต่าง โดยการใช้ Wolfpack (ฝูงหมาป่า) มาเป็นตัวแทนการใช้ชีวิตที่ชอบเข้าสังคม เปรียบกับ Target Group ที่ชื่นชอบ การใช้ชีวิตในเมืองอย่างทองหล่อ ชอบ Hangout กับกลุ่มเพื่อน แต่ในขณะเดียวกันก็หลงใหลความเงียบสงบในพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งเป็นที่มาของ Concept […]

Hot Topics

สรุปสัมมนา อสังหาริมทรัพย์ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2017 สรุปสัมมนา อสังหาริมทรัพย์ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2017 เสร็จสิ้นไปเรียบร้อย กับงานสัมมนาหัวข้ออสังหาริมทรัพย์ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2017 จัดขึ้นโดยสมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมบริษัทหลากหลายวงการธุรกิจ ณ โรงแรมสวสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พศ. 2560 ที่ผ่านมา TerraBKK Research จึงข
7 วิธี ใช้หนี้ แม้หมุนเงินไม่ทัน 7 วิธี ใช้หนี้ แม้หมุนเงินไม่ทัน หลายคนอาจจะกำลังเผชิญปัญหาเป็นหนี้ ซึ่งรายได้ที่เข้ามาก็ไม่พอใช้สักเท่าไหร่ แล้วไหนจะต้องแบ่งไปชำระหนี้อีก ยังไม่รวมถึงภาระอื่นๆอีกมากมาย หากกำลังมองหาวิธีการที่จะมาช่วยหมุนเงินให้ทันเวลาละก็ มาถูกทางแล้วครับ วันนี้เรามาดู 7 วิธี ใช้หนี้ แม้หมุนเงินไม่ทัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ 1.ลดค่าใช้จ
ธนินท์ โชว์ทฤษฎี3สูง1ต่ำ มั่นใจ10ปีรวยแซงสิงคโปร์ สมคิด เร่งดูดเงินลงทุน ธนินท์ โชว์ทฤษฎี3สูง1ต่ำ มั่นใจ10ปีรวยแซงสิงคโปร์ สมคิด เร่งดูดเงินลงทุน เจ้าสัวซีพีแนะอุตฯ ไทยต้องประตัว ใช้กลยุทธ์ 3 สูง 1 ต่ำ เน้นการเกษตร หวัง 10 ปีรายได้/หัว/ปี แซงสิงคโปร์ เอสซีจีแนะทุ่มเงินวิจัย “สมคิด” ชี้เศรษฐกิจไทยกำลังโต เหมาะดึงดูดการลงทุน "วิรไท” มอง 1-2 ปีทิศทางดอกเบี้ยโลกปรับขึ้น นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ จ
สีลม-สาทร “ทำเลของเสือนอนกิน” ผลตอบแทนปล่อยเช่าคอนโด 4-8%  สีลม-สาทร “ทำเลของเสือนอนกิน” ผลตอบแทนปล่อยเช่าคอนโด 4-8% “เสือนอนกิน” เป็นคำเปรียบเปรยกลุ่มนักลงทุน ผู้ที่รอรับผลกำไรโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลยอย่าง เช่นการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า และรอมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลาของทรัพย์ที่ครอบครอง เมื่อฟังดูง่ายและสบายขนาดนี้ใครๆ ก็อยากจะเป็นนักลงทุนประเภทเสือนอนกินกันทั้งนั้น แล้วทำไม? “ สีลม-สาทร ” ถึงเป็น
10 ธุรกิจทำเงิน ที่สามารถทำได้หลังเลิกงาน 10 ธุรกิจทำเงิน ที่สามารถทำได้หลังเลิกงาน ตามปกติแล้วถ้าใครทำงานประจำแล้ว ก็อาจจะไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือถ้าใครเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วก็ไม่คิดจะมาทำงานประจำ และสำหรับพนังงานประจำบางคนก็มีคำถามในใจว่า จะลาออกเมื่อไหร่ดี? เพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองซะเหลือเกิน อยากเป็นเจ้านายตัวเอง อยากเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ตัวเองปลูกมันขึ้นมา เราจึงรวบร
.
Close