ค้นหาข่าว

สรุป ผลประกอบการ ปี 2559 “กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์”

FONT SIZE:
TerraBKK Research สังเกตการณ์ ผลประการ บริษัทมหาชนในกลุ่มอุตสาหกรรม “กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” จำนวน 11 บริษัท เปรียบเทียบพื้นฐานด้านราคา พบว่า บริษัทธุรกิจกลุ่มโรงพยาบาล มักมี market cap. (ราคาปิดของหุ้น X ปริมาณหุ้นจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์) เฉลี่ยตั้งแต่ระดับร้อยล้านบาทไปจนถึงแสนล้านบาท โดยบริษัทมหาชนที่มีขนาดระดับแสนบาทล้าน คือ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) ขณะที่ อัตราส่วน P/E (การเปรียบเทียบราคาตลาดของหุ้นสามัญต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นสามัญตัวนั้น ๆในรอบ 12 เดือน) เฉลี่ย 10-20 เท่า อัตราส่วนสูงสุดจะเป็น สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์(SMT)อัตราส่วน P/BV (การเปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดของหุ้นสามัญต่อมูลค่าทางบัญชีของหุ้นสามัญตัวนั้น ๆ) เฉลี่ย 1.2-3.2 เท่า อัตราส่วนสูงสุดจะเป็น เคซีอี อีเลคโทรนิคส์(KCE) อัตราเงินปันผลตอบแทน (การเปรียบเทียบเงินปันผลต่อหุ้นเทียบกับราคาตลาดของหุ้นสามัญตัวนั้น ๆ) เฉลี่ย 2-4% โดยบริษัทที่มีอัตราปันผลสูงสุด คือ มูราโมโต้ อีเล็คตรอน(METCO) 6.06%

TerraBKK Researchรวบรวมผลประกอบการ ปี 2559 ของกลุ่มอุตสาหกรรม “กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์”ทั้งสิ้น 11 บริษัทประกอบด้วยตัวเลขและอัตราส่วนทาการเงิน ได้แก่ รายได้ (Revenue) ,อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ,กำไรต่อหุ้น (EPS) , เงินสดสุทธิ (Net Cash Flow ) , อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE),อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และหนี้สินต่อทุน ( D/E) รายละเอียดดังนี้
1. รายได้ (Revenue)ของกลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปี2559 ที่ผ่านมา พบว่า แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์(CCET) ทำรายได้สูงสุดในกลุ่ม 1.08 แสนล้านบาท ขณะที่บริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่มมีรายได้ลดลง สำหรับบริษัทที่มียอดขายปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน พบเพียง 5 บริษัท นั้นคือ ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA), เคซีอี อีเลคโทรนิคส์(KCE) , เอสวีไอ(SVI), ดราโก้ พีซีบี (DRACO) และ อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ (EIC) 2.อัตรากำไรสุทธิ ( Net Profit Margin : NPM)ปี2559 ของอุตสาหกรรมนี้ มีทั้งตัวเลขที่ดีขึ้นและแย่ลง โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอัตรากำไรสุทธิราว 8.5% โดย 3 อันดับแรกที่มีอัตราส่วนกำไรสุทธิดีที่สุด ได้แก่ เคซีอี อีเลคโทรนิคส์(KCE) 21.7% ,เอสวีไอ(SVI) 12.88% และ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) 11.58%ขณะเดียวกัน บริษัทที่มีอัตรากำไรสุทธิลดลงอย่างเห็นได้ชัด คือ เอสวีไอ(SVI) ลดลง 37.5% จากปีก่อน (ปี 58= 20.57% ,ปี59=12.88%) 3. กำไรต่อหุ้น (Earning per Share : EPS)สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงปี 2559 นี้มีช่วงตัวเลขค่อนข้างกว้าง เนื่องจากราคาหุ้นในตลาดของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ มีตั้งแต่หลักต่ำบาทไปจนถึงหลักร้อยบาทต่อหุ้น ทั้งนี้ สำหรับบริษัทที่มีตัวเลขกำไรต่อหุ้นปี 2559 สูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ มูราโมโต้ อีเล็คตรอน(METCO) 23.65 บาทต่อหุ้น ,เคซีอี อีเลคโทรนิคส์(KCE) 5.23 บาทต่อหุ้น และ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) 4.42 บาทต่อหุ้น

4. อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Return on Equity : ROE) ปี 2559 ของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ มีค่าเฉลี่ยราว 10.6% โดย 3 อันดับแรกที่มีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นดีที่สุด ได้แก่ เคซีอี อีเลคโทรนิคส์(KCE) 33.7% ,เอสวีไอ(SVI) 25.1% และ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA)17.7% ขณะเดียวกัน บริษัทที่มีเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นสูงสุด ได้แก่ เคซีอี อีเลคโทรนิคส์(KCE) , ทีมพรีซิชั่น(TEAM) และ สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์(SMT) 5. อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (Return on Asset : ROA)ของกลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปี 2559 นี้ พบทั้งตัวเลขดีขึ้นและแย่ลงเมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยภาพรวมปี 2559 มีค่าเฉลี่ยราว 9.5% สำหรับ 3 อันดับแรกที่มีอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์สูงสุด ได้แก่เคซีอี อีเลคโทรนิคส์(KCE) 19.48%, เอสวีไอ(SVI) 19.32% และ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA)12.75%

6. เงินสดสุทธิ (Net Cash Flow ) แสดงการเคลื่อนไหวของเงินทุนผ่านการดำเนินงานของบริษัททั้ง 3 กิจกรรม อันได้แก่ กิจกรรมดำเนินงาน ,กิจกรรมลงทุน,กิจกรรมจัดหาเงิน บริษัทที่มีกระแสเงินสดสุทธิสูงสุดได้แก่ ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ทั้งนี้ หากผลลัทธ์ออกมาเป็นตัวเลขติดลบแสดงว่า ขณะนั้นบริษัทมีสถานะเงินสดไหลออกมากกว่าเงินสดไหลเข้า จุดนี้เองอาจส่อสัญญาณขาดสภาพคล่องในการดำเนินงานได้ ทั้งนี้พบว่า 3 อันดับแรกที่มีตัวเลขเงินสดสุทธิติดลบมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA), เอสวีไอ(SVI) และ ดราโก้ พีซีบี (DRACO) ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากกิจกรรมลงทุน เช่น เงินสดจ่ายจากการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เป็นต้น กิจกรรมจัดหาทุน เช่น จ่ายเงินปันผล เป็นต้น 7. หนี้สินต่อทุน ( Debt to Equity: D/E )ของกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2559 นี้ ถือว่ามีการบริหารความเสี่ยงด้านโครงสร้างเงินทุนค่อนข้างดี มีเพียง แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์(CCET)ที่มีค่าเกิน 2 เท่ามาเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่บริษัทในกลุ่มนี้ มีค่าไม่เกิน 1 เท่า --เทอร์ร่า บีเคเค

บทความโดย : TerraBKKเคล็ดลับการลงทุน TerraBKKค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close