ค้นหาข่าว

สรุป ผลประกอบการ ปี 2559 “กลุ่มยานยนต์”

FONT SIZE:
ร่วมสังเกตการณ์ ผลประการ บริษัทมหาชนในกลุ่มอุตสาหกรรม “ยานยนต์” จำนวน 17 บริษัท เปรียบเทียบพื้นฐานด้านราคา TerraBKK Research พบว่า บริษัทธุรกิจกลุ่มยานยนต์ มักมี market cap. (ราคาปิดของหุ้น X ปริมาณหุ้นจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์) เฉลี่ย 2,500-6,500 ล้านบาท แต่ก็มีบริษัทมหาชนที่มีขนาดระดับหมื่นล้านบาทอยู่แห่งหนึ่ง นั้นคือ ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า(STANLY) ขณะที่ อัตราส่วน P/E (การเปรียบเทียบราคาตลาดของหุ้นสามัญต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นสามัญตัวนั้น ๆในรอบ 12 เดือน) เฉลี่ย 11.5-31.75 เท่า อัตราส่วนสูงสุดจะเป็น เอเซีย พรีซิชั่น (APCS)อัตราส่วน P/BV (การเปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดของหุ้นสามัญต่อมูลค่าทางบัญชีของหุ้นสามัญตัวนั้น ๆ) เฉลี่ย 1-3 เท่า อัตราส่วนสูงสุดจะเป็น เอเซีย พรีซิชั่น (APCS) อัตราเงินปันผลตอบแทน (การเปรียบเทียบเงินปันผลต่อหุ้นเทียบกับราคาตลาดของหุ้นสามัญตัวนั้น ๆ) เฉลี่ย 2-4% โดยบริษัทที่มีอัตราปันผลสูงสุด คือ พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง(PCSGH) 7.34%

TerraBKK Researchรวบรวมผลประกอบการ ปี 2559 ของกลุ่มอุตสาหกรรม “ยานยนต์ ”ทั้งสิ้น 17 บริษัทประกอบด้วยตัวเลขและอัตราส่วนทาการเงิน ได้แก่ รายได้ (Revenue) ,อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ,กำไรต่อหุ้น (EPS) , เงินสดสุทธิ (Net Cash Flow ) , อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE),อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และหนี้สินต่อทุน ( D/E) รายละเอียดดังนี้ 1. รายได้ (Revenue)ของกลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มยานยนต์ปี 2559 ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่เป็นบริษัทมหาชนที่สร้างตัวเลขรายได้อยู่ในระดับพันล้านบาทต่อปี ทั้งนี้มีเพียง 2 บริษัทที่มีตัวเลขรายได้สูงระดับหมื่นล้านบาท ทิ้งห่างจากกลุ่ม นั้นคือ อาปิโก ไฮเทค (AH) ทำรายได้สูงสุดในกลุ่ม 1.54หมื่นล้านบาท และ ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า(STANLY) 1.13 หมื่นล้านบาท 2.อัตรากำไรสุทธิ ( Net Profit Margin : NPM)ปี2559 ของอุตสาหกรรมนี้ มีทั้งตัวเลขที่ดีขึ้นและแย่ลง โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอัตรากำไรสุทธิราว 7.15% โดย 3 อันดับแรกที่มีอัตราส่วนกำไรสุทธิดีที่สุด ได้แก่ สยามภัณฑ์กรุ๊ป(SPG) 16.9% , อีซึ่น เพ้นท์(EASON) 15.8% และ ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์)(HFT) 13.2%ขณะเดียวกัน บริษัทที่มีอัตรากำไรสุทธิลดลงอย่างเห็นได้ชัด คือ ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม(TKT) ลดลง กว่า 7 เท่าตัวจากปีก่อน (ปี 58= 0.91% ,ปี59= -6.08%) 3. กำไรต่อหุ้น (Earning per Share : EPS)สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มยานยนต์ในช่วงปี 2559 นี้มีช่วงตัวเลขค่อนข้างกว้าง เนื่องจากราคาหุ้นในตลาดของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ มีตั้งแต่หลักบาทไปจนถึงหลักร้อยบาทต่อหุ้น ทั้งนี้ สำหรับบริษัทที่มีตัวเลขกำไรต่อหุ้นปี 2559 สูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย)(GYT) 37.77 บาทต่อหุ้น ,ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า(STANLY) 17.01 บาทต่อหุ้น และ ไทยสโตเรจ แบตเตอรี่ (BAT-3K) 7.83 บาทต่อหุ้น

4. อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Return on Equity : ROE) ปี 2559 ของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ มีค่าเฉลี่ยราว 8.3% โดย 3 อันดับแรกที่มีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นดีที่สุด ได้แก่ อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย)(IRC) 17.8% ,อินเตอร์ไฮด์(IHL) 15.9% และ ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์)(HFT) 13.8% ขณะเดียวกัน บริษัทที่มีเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นโดดเด่น ได้แก่ เอเซีย พรีซิชั่น (APCS) (ปี 58= -0.77%,ปี 59= 4.76%)และ อาปิโก ไฮเทค (AH) (ปี 58= 5.53% ,ปี 59= 9.17%) 5. อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (Return on Asset : ROA)ของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2559 นี้ พบทั้งตัวเลขดีขึ้นและแย่ลงเมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยภาพรวมปี 2559 มีค่าเฉลี่ยราว 7.3% สำหรับ 3 อันดับแรกที่มีอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์สูงสุด ได้แก่ อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย)(IRC) 16.4%, สยามภัณฑ์กรุ๊ป(SPG)14.5% และ ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์)(HFT) 14.5%

6. เงินสดสุทธิ (Net Cash Flow ) แสดงการเคลื่อนไหวของเงินทุนผ่านการดำเนินงานของบริษัททั้ง 3 กิจกรรม อันได้แก่ กิจกรรมดำเนินงาน ,กิจกรรมลงทุน,กิจกรรมจัดหาเงิน บริษัทที่มีกระแสเงินสดสุทธิสูงสุด ได้แก่ ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์)(HFT) 445.28 ล้านบาท ทั้งนี้ หากผลลัทธ์ออกมาเป็นตัวเลขติดลบแสดงว่า ขณะนั้นบริษัทมีสถานะเงินสดไหลออกมากกว่าเงินสดไหลเข้า จุดนี้เองอาจส่อสัญญาณขาดสภาพคล่องในการดำเนินงานได้ ทั้งนี้พบว่า 3 อันดับแรกที่มีตัวเลขเงินสดสุทธิติดลบมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า(STANLY) , กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย)(GYT) และ ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป(CWT) ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากกิจกรรมลงทุน เช่น เงินสดจ่ายจากการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เป็นต้น กิจกรรมดำเนินงาน เช่น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง เป็นต้น 7. หนี้สินต่อทุน ( Debt to Equity: D/E )ของกลุ่มยานยนต์ ปี 2559 นี้ ถือว่ามีการบริหารความเสี่ยงด้านโครงสร้างเงินทุนค่อนข้างดี สังเกตได้ว่า ทุกบริษัทในกลุ่มนี้ มีค่าไม่เกิน 2 เท่า --เทอร์ร่า บีเคเค

บทความโดย : TerraBKKเคล็ดลับการลงทุน TerraBKKค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


บ้านแนะนำจาก Terra
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Close