ขั้นที่ 2 เตรียม Check List บ้านในฝัน

เพราะบ้านคุ้มค่าเกิดจากการฉลาดเลือก

  1. ทำเลต้องดี คือใกล้ที่ทำงาน ใกล้โรงเรียนลูก เป็นทำเลที่สามารถต่อยอดหรือมีมูลค่าเพิ่มในอนาคต
  2. ระบุขนาดของบ้าน จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ ห้องแม่บ้าน ที่จอดรถ
  3. ระบุสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องการ
  4. ตามหาบ้านคุ้มค่าต้องเลือกบ้านที่สามารถปล่อยเช่าต่อได้ และสามารถทำกำไรจากการขายในอนาคตได้
  5. โดยบ้านที่คุ้มค่าอาจเป็นได้ทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง ซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป
    • บ้านใหม่จะได้เปรียบในด้านความสะดวกสบาย รูปทรงทันสมัย อายุการใช้งานของวัสดุที่จะใช้ได้ยาวนานกว่า
    • ข้อเสียของบ้านใหม่คือ ราคาแพง ทำเลห่างไกล ระบบสาธารณูปโภคไม่ครบ
    • ในขณะที่บ้านมือสองจะมีข้อดีคือ มักตั้งอยู่ในทำเลกลางเมือง มีสาธารณูปโภคครบครัน ราคาถูกกว่า
    • ข้อเสียของบ้านมือสองคือ ผ่านการใช้งานมาแล้ววัสดุจึงมีความสึกหรอ ต้องมีค่าซ่อมพ่วงมาด้วย

    การซื้อบ้านมือสองต้องตรวจดู 3 สิ่งก่อนการตัดสินใจซื้อ คือ
    • สภาพภายนอก
    • ระบบภายใน
    • โครงสร้างอาคาร
    และต้องประเมินราคาบ้านโดยนำราคาซ่อมมาบวกเข้าไปด้วย จึงจะเป็นราคาที่แท้จริงของบ้านหลังนั้น

  6. ต้องเลือกบ้านบนพื้นฐานของความเป็นจริง คือดูจากความต้องการของครอบครัวและความสามารถในการซื้อเป็นหลัก ควรซื้อบ้านที่จ่ายได้ ตอบสนองความต้องการได้ครบถ้วนหรือมากที่สุด และต้องคุมความต้องการให้อยู่ เพื่อไม่ให้เลือกบ้านหลังที่ซื้อแล้วจะทำให้ชีวิตลำบากขึ้น

TerraBKK คู่มือซื้อขายบ้าน

Article in BUYERS’ GUIDE

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากคุณหมอที่ดิน ในการซื้อที่ดินแต่ละครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินที่มีราคาแพงๆ หากคนซื้อไม่อยากเจอเรื่องยุ่งๆ ให้ปวดหัวทั้งก่อนการโอนและหลังการโอนแล้ว มีสิ่งที่ต้องตรวจสอบหลายเรื่อง เป็นต้นว่าการไปตรวจดูที่ดิน ดูหมายเลขหลักเขตที่ดิน ลองวัดระยะและคำนวณเนื้อที่คร่าว ๆ ว่าตรงหรือใกล้เคียงกับที่ระบุไว้ในโฉนดที่ดินหรือไม่ ดูว่ามีใครอยู่ในที่ดิน เป็นคนเช่าหรือคนบุกรุก หรืออยู่โดยอาศัยสิทธิอะไร ตรวจดูว่าที่ดินนั้นอยู่ในแนวเขตเวนคืน เขตปฏิรูปที่ดิน เขตจัดรูปที่ดิน หรือมีข้อจำกัดทางด้านผังเมืองหรือไม่ ตรวจดูว่าที่ดินนั้นมีค้างภาษีบำรุงท้องที่หรือไม่ และสิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งถือเป็นหัวใจของการซื้อที่ดินเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือการไปขอตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดินที่สำนักงานที่ดิน แต่ปรากฏว่าผู้ซื้อที่ดินโดยทั่วไปไม่สนใจ เหตุผลหลักคือเห็นว่ามีโฉนดที่ดินฉบับเจ้าของให้ตรวจดูอยู่แล้ว และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ไม่ทราบว่าจะต้องตรวจดูอะไรบ้าง จึงขอแนะนำว่าก่อนจะซื้อหรือรับจำนองที่ดินควรยื่นคำขอตรวจสอบหลักฐานทะเบียนที่ดินเพื่อตรวจดูเรื่องต่อไปนี้ 1. โฉนดที่คนขายนำมาให้ดูนั้นเป็นโฉนดปลอมหรือไม่ การตรวจสอบเรื่องนี้มีความจำเป็นมาก เพราะจะได้ยินว่ามีการปลอมแปลงโฉนดไปหลอกขายหลอกจำนองกันเองบ่อย ๆ ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว ถ้าไม่นำโฉนดที่ดินที่คนขายนำมาให้ดู ไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับโฉนดที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินแล้ว จะไม่สามารถบอกได้ว่าโฉนดที่ดินนั้นเป็นโฉนดจริงหรือโฉนดปลอม เนื่องจากเหตุผลสองประการ ประการแรก การปลอมแปลงโฉนดที่ดินมักปลอมแปลงจากแบบพิมพ์โฉนดที่ดินของกรมที่ดินที่สูญหายไป หรืออาจปลอมแปลงจากโฉนดที่ดินที่ออกไปโดยถูกต้องแล้ว โดยการแก้ไขข้อความให้ผิดไปจากเดิม หากไม่นำไปเปรียบเทียบกับโฉนดของสำนักงานที่ดิน จะเข้าใจว่าเป็นโฉนดจริง เพราะกระดาษและข้อความที่พิมพ์อยู่ในโฉนดปลอมจะเหมือนกับโฉนดที่ดินอื่น ๆ ที่เป็นรุ่นเดียวกัน ประการที่สอง ผู้ซื้อไม่มีทางทราบว่า ลายมือ ลายเซ็น ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร จึงไม่มีทางรู้ว่าข้อความที่เขียนลงตามปกติ หรือกรณีมีการขีดฆ่า ตกเติม ซึ่งในการปฏิบัติงานมักมีอยู่เป็นปกตินั้น เป็นลายมือ […]

เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินที่มีผลมากที่สุดตามกฎหมาย ณ ปัจจุบัน คือโฉนดที่ดิน ซึ่งทำให้ผู้ถือกรรมสิทธฺ์เหนือที่ดินนั้น สามาถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัย ทำการเกษตร ประกอบอาชีพ หรือขาย นอกจากสิ่งที่กล่าวมาแล้ว โฉนดที่ดินยังมีความสำคัญด้านอื่นที่อาจคาดไม่ถึงด้วย แสดงกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โฉนดที่ดินเป็นเอกสารที่รับรองโดยราชการ สามารถใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ความเป็นเจ้าของตามกฎหมายได้ และทำให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นได้อย่างเต็มที่ บอกที่ตั้ง โฉนดที่ดินจะมีเลขที่กำกับไว้ทุกฉบับ ทำให้เราทราบได้ว่าที่ดินแปลงนี้ตั้งอยู่ที่ไหน และติดกับแปลงใดบ้าง เป็นที่ตาบอดหรือไม่ ป้องกันการรุกที่ การมีโฉนดที่ดิน ทำให้สามารถชี้จุดได้ชัดเจนว่าที่ผืนใดมีขนาดเท่าใด แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน เปลี่ยนเจ้าของมาหลายรุ่น แต่โฉนดที่ดินจะบอกความจริงได้เสมอ การอ้างสิทธิเหนือที่ดินโดยมิชอบ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้ในการลงทุน โฉนดดินสามารถแปรเป็นเงินโดยนำไปจำนองเพื่อนำเงินมาลงทุนได้ โดยที่ที่ดินนั้นก็ยังอยู่เช่นเดิม เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่นประกันตัวผู้ต้องหา ค้ำประกันบุคคลเข้าทำงาน แสดงหลักฐานตามกฎหมาย หากมีข้อพิพาททางกฎหมาย เช่นไม่แน่ใจว่าที่ดินของใครมีพื้นที่ถึงจุดไหน หรือกรณีมรดก โฉนดที่ดินก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ประโยชน์หลักๆ ของโฉนดที่ดินคือการแสดงกรรมสิทธิ์แก่เจ้าของ เพื่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นอย่างเต็มที่ แต่ยังมีประโยชน์รองๆ ที่คนนึกไม่ถึงอีกหลายข้อ ซึ่งช่วยให้ปัญหาหลายๆ อย่างคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงต้องมีความชัดเจนในอาณาเขตและชื่อผู้ถือครอง บทความโดย : TerraBKK.com

ค่าธรรมเนียมการโอน ร้อยละ 2 ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยผู้ซื้อและผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง ค่าจดจำนอง ร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ ค่าอากรแสตมป์ สำหรับจำนวนเงินตั้งแต่ 200 บาท ขึ้นไป หรือเศษของ 200 บาท ต่อ 1 บาท ของราคาขายหรือราคาประเมิน เว้นแต่ราคาใดจะสูงกว่า มิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟฟ้า โดยปกติสามารถโอนให้กันได้เลย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อยู่ที่การตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายผู้ขายจะให้ผู้ซื้อจ่ายค่าประกันแก่ตนเองก็ได้ หรือจะทำเรื่องโอนแล้วขอคืนเงิน ณ การไฟฟ้าและการประปา ก็ได้เช่นกัน มีข้อข้องใจมากมายที่ถกเถียงเข้ามาเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม ในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน ว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่นั้นผู้ซื้อและผู้ขาย ต้องร่วมกันรับผิดชอบฝ่ายละครึ่ง (ร้อยละ 50 หรือหารสอง) ดังนั้นทาง TerraBkk จึงรวบรวมข้อเท็จจริงตอบข้อซักถาม สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ไขข้อข้องใจ ภาระหารสองจากการโอนบ้าน TerraBKK คู่มือซื้อขายบ้าน

สัญญาจอง สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขาย *เมื่อการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินเสร็จสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่จะส่งมอบโฉนดที่ดินพร้อมใบ ทด.13 ให้กับผู้ซื้อ           สัญญาจองซื้อ เป็นสัญญาลักษณะใหม่ ที่ปัจจุบันผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้แทน “สัญญาจะซื้อจะขาย” เพื่อใช้เลี่ยงข้อจำกัดในการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นในฝั่งผู้ชื้อ           ในการทำธุรกิจบ้านจัดสรร ตามขั้นตอนปกติผู้ประกอบการจะต้องไปซื้อที่ดินมาก่อน เสร็จแล้วจึงจะทำแผนผังไปขออนุญาตจากหน่วยงานราชการต่างๆ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงจะสามารถทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์เปิดการขาย แต่ผู้ประกอบธุรกิจเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยทำการขาย ในระหว่างที่ยังไม่สามารถซื้อที่ดินได้ หรือมีที่ดินแล้ว ยังไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการ เป็นการล่วงหน้า จึงเลี่ยงมาใช้ สัญญาจองซื้อแทนที่จะเป็น สัญญาจะซื้อจะขาย            เมื่อผู้ซื้อตกลงใจที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ ก็จะต้องวางเงินจองเอาไว้ก่อน ทางผู้ขายก็จะออกใบรับเงินจองให้ สัญญาจองซื้อ นี้จะระบุเงื่อนไขให้ผู้ซื้อต้องผ่อนเงินดาวน์ไปเรื่อยๆ และระบุเงื่อนไขด้วยว่า เมื่อผู้ขายได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างจากหน่วยงานราชการแล้ว ผู้จะซื้อจะต้องเข้ามาทำ สัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งมักมีเงื่อนไขระบุว่าหากไม่มาทำสัญญาจะซื้อจะขาย จะถือเป็นการยกเลิกสัญญาและจะริบเงินมัดจำทั้งหมด            แต่หากครบกำหนดผ่อนชำระและผู้ขายไม่ยอมขึ้นโครงการหรือไม่สามารถขออนุญาตก่อสร้างได้ ผู้ซื้อทำได้เพียง เรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยจะบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ เพราะไม่มีการกำหนดสิ่งที่ผู้ขายจะต้องปฏิบัติตอบแทนไว้           สัญญาจะซื้อจะขาย กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสืออย่างเดียว เพราะหากว่ามีการวางมัดจำ หรือการชำระหนี้บางส่วนก็สามารถฟ้องร้องกันได้ตามกฎหมาย หากไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นหนังสือ แต่ผู้ซื้อได้วางมัดจำไว้บางส่วนส่งมอบให้แก่ผู้ขายแล้ว ถึงเวลานัดโอนที่ดิน ผู้ขายไม่ยอมไปโอนที่ดิน กรณีนี้แม้ว่าจะไม่มีการทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายก็ตาม […]

โดยธนาคารมีเงื่อนไขที่ใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังนี้ ปล่อยกู้กับผู้ที่มีหน้าที่การงานที่มั่นคง คือ มีรายได้ประจำสม่ำเสมอ และไม่มีหนี้สินอื่นๆ รุงรัง วงเงินอนุมัติ สินเชื่อ ไม่เกิน 95% ของราคาประเมินมูลค่าทรัพย์สินค้ำประกัน จำนวนเงินที่ผ่อนไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุด จนถึงอายุ 65 ปี ทำเล คือสิ่งที่บ้านมือสองสามารถเอาชนะบ้านโครงการใหม่ได้อย่างขาดลอย เนื่องจากสามารถตั้งอยู่ในทุกพื้นที่ ทั้งพื้นที่ชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ต้องการของคนส่วนใหญ่ แต่พื้นที่เหล่านั้นอาจถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขต่างๆ เช่นมีประชากรอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นอย่างหนาแน่นจนไม่สามารถสร้างกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อจำหน่ายโดยใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ และเมื่อบ้านในพื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศขายออกมา ย่อมเป็นที่ต้องการแน่นอน ปัจจุบันบ้านมือสอง เป็นส่วนประกอบสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่นับวันจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในการจะเป็นเจ้าของบ้านมือสอง สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องมีคือทุนทรัพย์ที่จะใช้แลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้บ้านนั้นมาครอบครอง หากไม่ได้มีเงินก้อนซึ่งเป็นเงินเย็นอยู่ต้องมีการกู้ยืมจากสถาบันการเงินซึ่งมีเงื่อนไข 2 ข้อด้วยกัน จำนวนเงินที่กู้ ไม่ควรเกินกำลังในการผ่อนชำระของตัวเอง โดยพิจารณาจากรายได้สุทธิ ซึ่งคำนวณได้จาก รายรับ (หลังหัก คชจ.) – เงินผ่อนหนี้สินอื่นๆ = รายได้สุทธิ ระยะเวลาผ่อนชำระ ขึ้นอยู่กับอายุและรายได้ของผู้กู้ โดยนำเอา อายุของผู้กู้ + ระยะเวลากู้ยืม = ไม่เกิน 65 […]

.
Close