ข้อที่ 3 การขอได้มาซึ่งที่ดินของหญิงไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติ

1. หลักเกณฑ์การขอได้มาซึ่งที่ดินของคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติ

คนไทยที่มีคู่สมรสทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างชาติ มีสิทธิรับโอนที่ดินในฐานะที่เป็น“สินส่วนตัว” (กรณีมีคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างชาติ) และในฐานะที่เป็น “ทรัพย์ส่วนตัว” (กรณีมี คู่สมรสที่มิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างชาติ) ได้โดยไม่จำกัดจำนวนเนื้อที่ โดยมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

1. กรณีรับให้ที่ดิน เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่า เป็นการรับให้ในฐานะที่เป็น สินส่วนตัวของคนไทย (กรณีมี คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างชาติ) หรือเป็นทรัพย์ส่วนตัวของคนไทย (กรณีมีคู่สมรสที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างชาติ) พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ให้กับผู้ขอต่อไป

#terraads

2. กรณีซื้อที่ดิน

  • กรณีคู่สมรสต่างชาติอยู่ในประเทศไทย
  • 1) กรณีคนต่างชาติเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้คนไทยและคู่สมรสต่างชาติยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกัน ในหนังสือรับรอง (ตามภาพประกอบ หนังสือรับรอง ตัวอย่างที่ 1) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมว่า เงินทั้งหมดที่นำมาซื้อที่ดินเป็นสินส่วนตัวของคนไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรส

    2) กรณีคนต่างชาติเป็นคู่สมรสที่มิชอบด้วยกฎหมายให้คนไทยและคู่สมรสต่างชาติยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกัน ในหนังสือรับรอง (ตามภาพประกอบ หนังสือรับรอง ตัวอย่างที่ 1) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ว่า เงินทั้งหมดที่นำมาซื้อที่ดินเป็นทรัพย์ส่วนตัวของคนไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน

    #terramore

    หนังสือรับรอง ตัวอย่างที่ 1

    • กรณีคู่สมรสต่างชาติอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่สามารถยืนยันในหนังสือรับรองในวันจดทะเบียนสิทธิ์ กรณีนี้ ให้คนไทยและคู่สมรสต่างชาติ ไปยื่นคำขอบันทึกถ้อยคำในหนังสือรับรอง (ตามภาพประกอบ “ตัวอย่าง ท.ด. ๙”) เพื่อยืนยันว่า เงินทั้งหมดที่คนไทยนำมาซื้อที่ดิน เป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคนไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน

    ตัวอย่าง ท.ด. ๙

    • กรณีคู่สมรสต่างชาติอยู่ต่างประเทศ กรณีนี้ ให้คนต่างชาติไปติดต่อเพื่อให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือโนตารีพับลิค บันทึกถ้อยคำคู่สมรสต่างชาติไว้ในหนังสือรับรอง (ตามภาพประกอบ หนังสือรับรอง ตัวอย่างที่ 2) ว่า เงินทั้งหมดที่คนไทยนำไปซื้อที่ดินนั้น เป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคนไทยมิใช่สินสมรส หรือ ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน แล้ว รับรองว่าบุคคลที่ทำหนังสือนั้นเป็นคู่สมรสหรืออยู่กินฉันสามีภริยากับคนไทยจริง แล้วให้ผู้จะซื้อที่ดินนำ ต้นฉบับหนังสือรับรองมามอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อไป

    หนังสือรับรอง ตัวอย่างที่ 2

    อนึ่ง ในกรณีที่คนไทยที่มีคู่สมรสทั้งชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างชาติ สามารถแสดงหลักฐานได้ว่า เงินทั้งหมดที่นำมาซื้อที่ดินเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของตน ก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้กับคนไทยต่อไปได้ โดยไม่ต้องบันทึกถ้อยคำคนไทยและ คู่สมรสต่างชาติ

    หากผู้ซื้อที่ดิน มีความประสงค์จะจดทะเบียนจำนอง ก็สามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องให้คู่สมรสต่างชาติมาให้ถ้อยคำยืนยันอีก

    ที่มา เอกสารชุด “การได้มาซึ่งที่ดิน และคำแนะนำการใช้หนังสือเดินทาง ๒ เล่ม”
    โดย สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ
    สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
    สำนักงานอัยการสูงสุด
    www.humanrights.ago.go.th

Article in FOREIGN REAL ESTATE OWNERSHIP

ชาวต่างชาติหลายคนแต่งงานกับคนไทย และมาตั้งรกรากที่นี่ โดย ลงทุนซื้อที่อยู่อาศัยไว้ร่วมกัน สำหรับสร้างครอบครัว ภายใต้ชื่อคู่สมรสชาวไทย เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้การครอบครองที่ดินของชาวต่างชาติต้องปฏิบัติ ดังนี้ 1. คนต่างชาติมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 93 โดยจะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรีในการได้มาซึ่งที่ดินนั้น แต่เมื่อรวมกับที่มีอยู่แล้วไม่เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตามความในมาตรา 87 ( ประมวลกฎหมายที่ดิน ปี 2497 หน้า 30 ) 2. ถ้าสัญญาซื้อขายที่ฝ่าฝืนมาตรา 86 ถือว่ามีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 150 “นอกจากชาวต่างชาติจะสามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยอาศัยบทบัญญัติอื่น ๆ เช่น เกี่ยวกับกฎหมายการลงทุน ชาวต่างชาติยังสามารถรับมรดกที่ดินในฐานะเป็นทายาทโดยธรรมได้ตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งบัญญัติไว้ดังนี้ “มาตรา 93 คนต่างชาติได้มาซึ่งที่ดินโดยได้รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรม รัฐมนตรีจะอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินนั้น แต่เมื่อรวมกับที่มีอยู่แล้วไม่เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตามความในมาตรา 87 ก็ได้” และสามารถตีความว่าสามารถรับมรดกที่ดินได้แม้เป็นกรณีมีคนทำพินัยกรรมยกที่ดินให้ได้ด้วย แต่มีข้อแม้ว่าคนต่างชาตินั้นต้องเป็นทายาทโดยธรรมของคนที่ทำพินัยกรรมยกที่ดินให้อยู่ก่อนแล้ว เช่น แม่ของคนต่างชาติเป็นคนไทย คนต่างชาตินั้นจึงเป็นทายาทโดยธรรมของแม่ หากแม่จะทำพินัยกรรมยกที่ดินให้ลูกคนต่างชาตินั้นก็ยังถือว่าเขาเป็นทายาทโดยธรรมอยู่เช่นเดิม บทความโดย : TerraBKK.com

ชาวต่างชาติไม่มีสิทธิ์ครอบครองกรรมสิทธิ์ผืนแผ่นดินไทย ชาวต่างชาติสามารถซื้ออาคารชุดได้ ในสัดส่วนไม่เกิน 49% ของพื้นที่อาคารทั้งหมด หากชาวต่างชาติสมรสกับชาวไทย จะสามารถซื้อที่ดินได้ แต่ต้องเป็นชื่อคู่สมรสชาวไทยเท่านั้น อสังหาริมทรัพย์ที่ชาวต่างชาติสามารถซื้อได้มีอยู่ 3 ประเภทคือ คอนโดมิเนียมหรืออาคารชุด อาคารที่ไม่ติดกับพื้น (ซื้อเฉพาะห้อง) ที่ ดินและอาคารทุกชนิดที่ได้จดทะเบียนสัญญาเช่าแบบระยะยาวมากกว่า 30 ปีขึ้นไป โดยการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ 3 ประเภทที่กล่าวมาข้างต้นสำหรับชาวต่างชาติ สามารถจำแนกได้ดังนี้ คอนโดมิเนียม ชาวต่างชาติสามารถซื้อคอนโดมิเนียมได้เท่าที่ต้องการ แต่ต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่ทั้งหมดในอาคารนั้น ผู้ซื้อชาวต่างชาติจะต้องขอจดหมายรับรองสัดส่วนต่างชาติจากนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งจะต้องนำไปยื่นกับกรมที่ดินเพื่อใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์ ต้องชำระค่าคอนโดมิเนียมทั้งหมดด้วยเงินสกุลต่างประเทศ 100% และโอนมาจากธนาคารต่างประเทศ พร้อมแนนบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศจากธนาคารเป็นหลักฐานการโอนเงินเพื่อนำไปแสดงต่อที่ทำการที่ดิน เพื่อป้องกันการฟอกเงิน บ้าน และ ที่ดิน ตามปกติแล้วชาวต่างชาติไม่สามารถถือครองกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินได้ ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้ แต่งงานกับคนไทย – สามารถใช้ชื่อคนไทยในการซื้อบ้าน/ที่ดินได้ แต่เงินที่นำมาซื้อบ้าน/ที่ดินนั้น จะต้องเป็นสินส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทยเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งวิธีนี้จะจะไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้จริง เพราะเป็นชื่อของคู่สมรสคนไทย ทำสัญญาเช่าระยะยาว – ทำสัญญาเช่าเป็นระยะเวลา 30 ปี หมายถึงการไม่ได้เป็นเจ้าของจริงๆ แต่ก็ยังได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการดูแลเป็นระยะเวลา 30 ปี และยังสามารถต่อสัญญา […]

.
Close